26 มีนาคม 2565
คุณรู้ได้อย่างไรว่าตู้เซฟที่ระบุว่า “กันไฟได้ 2 ชั่วโมง” สามารถปกป้องสิ่งของภายในจากไฟได้นาน 2 ชั่วโมงจริง?
ตัวเลขระยะเวลาทนไฟเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งสำคัญคือ ตู้เซฟผ่านการทดสอบตามมาตรฐานใด ทดสอบภายใต้เงื่อนไขอะไร และสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในตู้ได้เพียงใด
หนึ่งในมาตรฐานที่ใช้กับตู้เซฟกันไฟของ SentrySafe คือมาตรฐานจาก UL (Underwriters Laboratories) ซึ่งมีการทดสอบสมรรถนะในการปกป้องสิ่งของภายในตู้ภายใต้สภาวะไฟตามเงื่อนไขที่กำหนด
คำว่า ตู้เซฟกันไฟ 2 ชั่วโมง ไม่ควรพิจารณาจากระยะเวลาเพียงอย่างเดียว
ในการเลือกตู้เซฟกันไฟ ควรพิจารณาทั้ง
ดังนั้น ตู้เซฟที่ระบุว่า “ทนไฟ 2 ชั่วโมง” จากผู้ผลิตแต่ละราย จึงไม่ควรถูกนำมาเปรียบเทียบจากตัวเลข “2 ชั่วโมง” เพียงอย่างเดียว
หลายคนอาจคิดว่าการทดสอบตู้เซฟกันไฟควรทดสอบว่าสามารถปกป้องทอง เครื่องประดับ หรือของมีค่าได้หรือไม่
แต่สำหรับตู้เซฟที่ได้รับการจัดระดับเพื่อปกป้องเอกสาร สิ่งสำคัญกลับเป็นการ ควบคุมอุณหภูมิภายในตู้ให้อยู่ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด เพื่อช่วยปกป้องเอกสารจากความร้อน
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการประเมินประสิทธิภาพของตู้เซฟกันไฟจึงไม่ได้ดูเพียงว่า “ตัวตู้ยังไม่ไหม้” แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า สิ่งของภายในได้รับการปกป้องจากอุณหภูมิสูงได้หรือไม่
UL (Underwriters Laboratories) เป็นองค์กรด้านการทดสอบและรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีมาตรฐานและกระบวนการทดสอบสำหรับผลิตภัณฑ์หลายประเภท รวมถึงอุปกรณ์สำหรับปกป้องเอกสารจากไฟ
ในการทดสอบตู้เซฟกันไฟ จะมีการควบคุมเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ระยะเวลา อุณหภูมิภายนอก และอุณหภูมิภายในตู้ ตามเกณฑ์ของการทดสอบแต่ละประเภท
หากตู้เซฟผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จึงสามารถแสดงระดับการทนไฟตามผลการรับรองนั้นได้
SentrySafe มีตู้เซฟกันไฟหลายรุ่นที่ได้รับการรับรองระยะเวลาทนไฟแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรุ่นและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
UL Classified ½ Hour
ผ่านการทดสอบการทนไฟตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดสำหรับระดับ ½ ชั่วโมง
UL Classified 1 Hour
ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์สำหรับระดับการทนไฟ 1 ชั่วโมง
UL Classified 2 Hours
สำหรับ SentrySafe บางรุ่นที่ได้รับการรับรองระดับ 2 ชั่วโมง จะผ่านการทดสอบภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้นตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ระดับการทนไฟแตกต่างกันในแต่ละรุ่น จึงควรตรวจสอบ UL Classification และข้อมูลจำเพาะของตู้เซฟรุ่นที่ต้องการก่อนเลือกซื้อ
หัวใจของตู้เซฟกันไฟไม่ได้อยู่เพียงแค่ความแข็งแรงของผนังตู้ แต่คือความสามารถในการ ชะลอการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ภายในตู้
ระหว่างเกิดเพลิงไหม้ อุณหภูมิภายนอกอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่โครงสร้างและวัสดุป้องกันไฟภายในตู้เซฟจะทำหน้าที่ช่วยควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิภายใน
เพราะฉะนั้น เวลาพิจารณาตู้เซฟกันไฟ คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่เพียง “กันไฟได้นานกี่ชั่วโมง?”
แต่ควรถามเพิ่มเติมว่า “ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานอะไร และระหว่างการทดสอบสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในได้ตามเกณฑ์หรือไม่?”
อีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ หลังจากหยุดให้ความร้อนแล้ว ความร้อนที่สะสมอยู่ในโครงสร้างตู้ยังสามารถถ่ายเทเข้าสู่ภายในได้
ดังนั้น การประเมินสมรรถนะด้านการทนไฟจึงต้องคำนึงถึงพฤติกรรมของอุณหภูมิหลังจากช่วงการให้ความร้อนด้วยตามกระบวนการทดสอบที่เกี่ยวข้อง
จุดนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการดูเพียงว่า “ตู้โดนไฟนานกี่ชั่วโมง” จึงยังไม่สามารถบอกประสิทธิภาพในการปกป้องเอกสารได้ทั้งหมด
ก่อนเลือกซื้อตู้เซฟกันไฟ ลองตรวจสอบให้มากกว่าตัวเลขบนโฆษณา
ควรพิจารณาว่า ตู้เซฟรุ่นนั้นผ่านการทดสอบหรือรับรองจากหน่วยงานใด มีระดับการทนไฟเท่าใด และออกแบบมาเพื่อปกป้องสิ่งของประเภทใด
ตู้เซฟ SentrySafe หลายรุ่นมีการระบุ UL Classified Fire Protection ตามระดับของแต่ละรุ่น และบางรุ่นยังมีคุณสมบัติด้านการป้องกันน้ำที่ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
เลือกชมตู้เซฟกันไฟ SentrySafe และเปรียบเทียบคุณสมบัติของแต่ละรุ่น เพื่อเลือกระดับการป้องกันให้เหมาะกับสิ่งสำคัญที่คุณต้องการเก็บรักษา
ปกป้องเอกสาร สื่อดิจิทัล และของมีค่าจากไฟไหม้ น้ำท่วม และการโจรกรรม
฿27,900
฿38,900
-฿11,000
ปกป้องเอกสาร สื่อดิจิทัล และของมีค่าจากไฟไหม้ น้ำท่วม และการโจรกรรม
฿41,900
฿56,900
-฿15,000