รหัสโปรโมชั่น PistolSafe ซื้อเลย
รหัสโปรโมชั่น naradee ซื้อเลย

20 กันยายน 2565

HG Tips เพื่อนคู่คิด พร้อมพิชิตหลังน้ำลด...

HG Tips เพื่อนคู่คิด พร้อมพิชิตหลังน้ำลด...

ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดอย่างไร? จัดการเชื้อรา คราบน้ำ และตะไคร่สะสม

หลังน้ำลด สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการนำสิ่งของกลับเข้าบ้าน แต่คือการ ทำความสะอาดและทำให้พื้นที่แห้งโดยเร็ว เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อวัสดุภายในบ้าน รวมถึงลดการสะสมของความชื้น คราบสกปรก และเชื้อรา

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุที่มีรูพรุนอาจดูดซับน้ำไว้ภายใน ทำให้การทำความสะอาดหลังน้ำลดต้องพิจารณามากกว่าคราบที่มองเห็นบนพื้นผิว

หลังน้ำลด ควรเริ่มทำความสะอาดเมื่อไร?

หากสภาพพื้นที่ปลอดภัย ควรเริ่มระบายอากาศ นำน้ำออก และทำให้บริเวณที่เปียกแห้งโดยเร็วที่สุด

ในช่วงแรกควรแยกหรือเคลื่อนย้ายวัสดุที่ดูดซับน้ำได้มากออกจากพื้นที่ เช่น

  • เฟอร์นิเจอร์ไม้
  • โซฟาและเบาะ
  • พรม
  • ผ้าม่าน
  • กล่องกระดาษ
  • วัสดุหรือของใช้ที่อมน้ำได้ง่าย

การจัดการสิ่งของเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความชื้นสะสม และทำให้สามารถตรวจสอบพื้น ผนัง และบริเวณที่ถูกน้ำท่วมได้ง่ายขึ้น

ระวังเชื้อราหลังน้ำท่วม

บริเวณที่มีความชื้นสูงเป็นเวลานานอาจเกิดเชื้อราบนผนัง พื้น ร่องยาแนว หรือวัสดุต่าง ๆ ภายในบ้านได้

หากพบรอยดำ จุดเชื้อรา หรือกลิ่นอับ ควรจัดการบริเวณดังกล่าวอย่างเหมาะสมก่อนที่จะกลับมาใช้งานพื้นที่ตามปกติ

สิ่งสำคัญคือไม่ควรเพียงเช็ดคราบที่มองเห็นออกเท่านั้น แต่ควรตรวจสอบด้วยว่า พื้นผิวและวัสดุด้านในแห้งสนิทหรือยัง เพราะหากความชื้นยังคงอยู่ เชื้อราอาจกลับมาเกิดซ้ำได้

ทำความสะอาดเชื้อราอย่างไร?

สำหรับเชื้อราที่เกิดบนพื้นผิวที่สามารถทำความสะอาดได้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับการกำจัดคราบเชื้อราโดยเฉพาะ และใช้งานตามคำแนะนำบนฉลาก

หลีกเลี่ยงการขัดแรงตั้งแต่เริ่มต้น เพราะอาจทำให้คราบหรืออนุภาคกระจายออกไปยังบริเวณอื่น

หากเชื้อราครอบคลุมพื้นที่กว้าง อยู่ในวัสดุที่ดูดซับน้ำมาก หรือเกิดขึ้นภายในผนังและโครงสร้าง อาจจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ

คราบน้ำและตะไคร่หลังน้ำลด ต้องดูมากกว่าพื้นผิว

หลังน้ำลด มักพบคราบน้ำ คราบดิน ตะไคร่ หรือสิ่งสกปรกติดอยู่ตาม

  • พื้นกระเบื้อง
  • ผนัง
  • ร่องยาแนว
  • พื้นซีเมนต์
  • พื้นผิวหิน
  • พื้นที่ภายนอกบ้าน

โดยเฉพาะวัสดุที่มีลักษณะ พรุน (Porous Surface) สิ่งสกปรกอาจซึมเข้าไปในเนื้อวัสดุ ทำให้การเช็ดเฉพาะด้านบนอาจไม่เพียงพอ

จึงควรเลือกวิธีและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เหมาะกับวัสดุแต่ละประเภท

ใช้คลอรีนหรือ Bleach ได้หรือไม่?

ผลิตภัณฑ์ที่มีคลอรีนหรือ Bleach มักถูกนำมาใช้สำหรับการทำความสะอาดบางประเภท แต่ไม่ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกพื้นผิว

วัสดุบางชนิดอาจเกิดการซีด เปลี่ยนสี หรือเสียสภาพเมื่อสัมผัสกับสารเคมีที่แรงเกินไป

ดังนั้น ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ควร

  • อ่านคำแนะนำบนฉลาก
  • ตรวจสอบว่าเหมาะกับวัสดุนั้นหรือไม่
  • ทดลองในจุดเล็ก ๆ ที่ไม่เด่นก่อนใช้งาน
  • ไม่ผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลายชนิดเข้าด้วยกัน
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์

เลือกน้ำยาทำความสะอาดตามประเภทของปัญหา

การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดอาจต้องใช้ผลิตภัณฑ์มากกว่าหนึ่งประเภท เพราะคราบที่พบมีลักษณะแตกต่างกัน

สำหรับคราบเชื้อรา

HG Mould Spray เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับช่วยขจัดคราบเชื้อราบนพื้นผิวที่เหมาะสม โดยควรใช้งานตามวิธีที่ระบุบนฉลาก

สำหรับคราบสกปรกสะสมบนพื้นและพื้นผิวต่าง ๆ

HG Tile Cleaner Extra Strong สามารถใช้เป็นตัวช่วยในการจัดการคราบสกปรกหนักบนพื้นผิวที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์

ก่อนใช้งาน ควรตรวจสอบชนิดของวัสดุและคำแนะนำบนฉลากทุกครั้ง โดยเฉพาะพื้นผิวที่มีความละเอียดอ่อน เช่น หินธรรมชาติหรือวัสดุเคลือบผิวบางชนิด

ขั้นตอนเบื้องต้นในการดูแลบ้านหลังน้ำลด

  1. ตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ก่อนเข้าทำความสะอาด
  2. ระบายน้ำและเปิดพื้นที่ให้อากาศถ่ายเท
  3. แยกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่เปียกออกจากบริเวณ
  4. กำจัดดิน โคลน และสิ่งสกปรกที่ตกค้าง
  5. ตรวจหาร่องรอยของเชื้อราและความชื้น
  6. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เหมาะกับประเภทของคราบ
  7. ทำให้พื้น ผนัง และวัสดุต่าง ๆ แห้งสนิทก่อนนำของกลับเข้าพื้นที่

หลังน้ำลด อย่ามองแค่คราบที่เห็น

การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมไม่ควรจบเพียงแค่ทำให้พื้นหรือผนัง “ดูสะอาด”

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญควบคู่กันคือ ความชื้นที่หลงเหลือ เชื้อรา คราบน้ำ และสิ่งสกปรกที่อาจสะสมอยู่ในพื้นผิว

การเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะกับวัสดุ และจัดการพื้นที่อย่างเป็นขั้นตอน จะช่วยให้บ้านกลับมาสะอาดและพร้อมใช้งานได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

HG — ตัวช่วยสำหรับจัดการคราบเชื้อรา คราบน้ำ และคราบสกปรกหลังน้ำลด

อ้างอิงข้อมูลจาก : www.fema.gov/pdf/rebuild/recover/ www.c-cure.com/doc/techBulletins/ www.floodsafety.com/national/property/cleanup/

เอชจี บาธรูม โม สเปรย์
เอชจี บาธรูม โม สเปรย์

กำจัดคราบเชื้อราและคราบราดำในห้องน้ำ

฿395

ซื้อสินค้า
เอชจี เอ็กซ์ พาว คลีนเนอร์ (#20)
เอชจี เอ็กซ์ พาว คลีนเนอร์ (#20)

ขจัดคราบสกปรกฝังแน่น หรือแว็กซ์เก่า น้ำยาเคลือบเงา และชั้นเคลือบป้องกันอื่น ๆ

฿590

ซื้อสินค้า

อ่านต่อ

ปัญหาคาใจ “ทำ ไม๊...ตู้อาบน้ำสกปรก ง๊าย ง่าย”

20 พฤศจิกายน 2563

ปัญหาคาใจ “ทำ ไม๊...ตู้อาบน้ำสกปรก ง๊าย ง่าย”
ทำไมตู้อาบน้ำสกปรกง่าย? จัดการคราบน้ำ คราบสบู่ คราบหินปูน และคราบราดำอย่างไรตู้อาบน้ำเป็นหนึ่งในจุดที่ทำความสะอาดบ่อย แต่กลับสกปรกได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อเพิ่งขัดกระจกใสไปไม่นาน ก็เริ่มมีคราบขาวกลับมาเกาะร่องยาแนวและซิลิโคนที่เคยสะอาด ก็เริ่มมีคราบดำให้เห็นอีกครั้งสาเหตุสำคัญมาจากสภาพแวดล้อมภายในห้องน้ำที่ต้องสัมผัสทั้ง น้ำ สบู่ ความชื้น และคราบต่าง ๆ เป็นประจำ หากปล่อยให้คราบสะสมเป็นเวลานาน ก็ยิ่งทำความสะอาดได้ยากขึ้นแล้วจะดูแลตู้อาบน้ำอย่างไรให้สะอาดง่ายขึ้น?HG ชวนมาจัดการ 3 ปัญหาหลักของตู้อาบน้ำ ตั้งแต่ ขจัดคราบ ทำความสะอาดคราบราดำ ไปจนถึงการปกป้องพื้นผิว1. คราบน้ำ คราบสบู่ และคราบหินปูน ทำไมยิ่งทิ้งไว้นานยิ่งขัดยาก?หลังการอาบน้ำ หยดน้ำและผลิตภัณฑ์ที่เราใช้สามารถทิ้งคราบตกค้างไว้บนกระจก ก๊อกน้ำ ผนัง และสุขภัณฑ์ต่าง ๆเมื่อเกิดขึ้นซ้ำ ๆ และไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเวลานาน คราบเหล่านี้จะค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็น คราบสบู่ คราบน้ำ และคราบหินปูนที่เกาะแน่น ทำให้กระจกดูขุ่นเป็นฝ้า และพื้นผิวภายในห้องน้ำดูไม่สะอาดการเลือกผลิตภัณฑ์จึงควรพิจารณาตามระดับของคราบคราบสะสมหรือคราบที่ขจัดออกยาก – HG limescale remover concentrateสำหรับการทำความสะอาดคราบภายในห้องน้ำที่สะสมมานาน สามารถเลือกใช้ HG limescale remover concentrate โดยสามารถเจือจางกับน้ำตามอัตราส่วนที่แนะนำ และปรับความเข้มข้นให้เหมาะสมกับลักษณะของคราบและพื้นผิวตามคำแนะนำบนฉลากเหมาะสำหรับจัดการคราบต่าง ๆ ภายในห้องน้ำ เช่นคราบน้ำคราบสบู่คราบหินปูนคราบเหลืองบนสุขภัณฑ์จึงเหมาะสำหรับการทำความสะอาดครั้งใหญ่ หรือบริเวณที่มีคราบสะสมและต้องการการดูแลมากกว่าการทำความสะอาดทั่วไปดูแลเป็นประจำ – HG limescale remover foam sprayถ้าห้องน้ำได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำอยู่แล้ว HG limescale remover foam spray เป็นอีกตัวช่วยสำหรับดูแลคราบภายในห้องน้ำด้วยรูปแบบ โฟมสเปรย์ ทำให้ใช้งานสะดวก โดยเฉพาะบริเวณพื้นผิวแนวตั้ง เช่น กระจกตู้อาบน้ำและผนัง ช่วยให้สามารถดูแลคราบได้เป็นประจำ ก่อนที่จะสะสมจนกลายเป็นคราบที่ขจัดออกได้ยากTip: การทำความสะอาดคราบตั้งแต่เริ่มเกิด มักง่ายกว่าการรอจนกระทั่งคราบสะสมและฝังแน่น2. คราบราดำตามร่องยาแนวและซิลิโคน จัดการอย่างไร?อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยในตู้อาบน้ำคือ คราบราดำ โดยเฉพาะตามร่องยาแนว แนวซิลิโคน มุมผนัง และบริเวณที่มีความชื้นสะสมห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูงอยู่เป็นประจำ หากอากาศถ่ายเทไม่ดีหรือพื้นผิวเปียกชื้นเป็นเวลานาน ก็ยิ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราดังนั้น นอกจากการทำความสะอาดแล้ว ควรช่วยลดความชื้นภายในห้องน้ำด้วย เช่นเปิดพัดลมระบายอากาศระหว่างและหลังอาบน้ำเปิดประตูหรือหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเช็ดน้ำที่ตกค้างบนพื้นผิวไม่ปล่อยให้บริเวณร่องยาแนวและมุมอับเปียกชื้นเป็นเวลานานHG mould spray สำหรับจัดการคราบราเมื่อเริ่มพบคราบดำตามร่องยาแนว ซิลิโคน หรือบริเวณที่เหมาะสม สามารถเลือกใช้ HG Mould Spray ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับจัดการคราบเชื้อราโดยเฉพาะช่วยลดขั้นตอนในการเตรียมหรือผสมน้ำยาทำความสะอาดเอง และสามารถใช้งานกับบริเวณที่ระบุไว้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ควรอ่านวิธีใช้และข้อควรระวังบนฉลากก่อนใช้งานทุกครั้ง รวมถึงเปิดพื้นที่ให้อากาศถ่ายเทขณะใช้งาน3. ทำความสะอาดแล้ว ทำไมคราบกลับมาอีก?เพราะการดูแลตู้อาบน้ำไม่ได้จบลงแค่การขจัดคราบที่มองเห็นทุกครั้งที่เราอาบน้ำ พื้นผิวต่าง ๆ ต้องกลับมาสัมผัสกับน้ำ สบู่ และสิ่งตกค้างอีกครั้ง หากพื้นผิวเอื้อต่อการยึดเกาะ คราบใหม่ก็สามารถค่อย ๆ สะสมกลับมาได้นอกจากการทำความสะอาดเป็นประจำแล้ว การ ปกป้องพื้นผิว จึงเป็นอีกขั้นตอนที่ช่วยให้การดูแลตู้อาบน้ำในระยะยาวง่ายขึ้นHG shower screen protector – ปกป้องพื้นผิวบริเวณตู้อาบน้ำHG Shower Shield ออกแบบมาสำหรับการปกป้องพื้นผิวบริเวณตู้อาบน้ำ ช่วยลดการยึดเกาะของคราบ ทำให้การดูแลและทำความสะอาดพื้นผิวในครั้งต่อ ๆ ไปง่ายขึ้นเหมาะสำหรับพื้นผิวตามที่ระบุไว้ในคำแนะนำการใช้งานของผลิตภัณฑ์HG grout protector – ปกป้องร่องยาแนวร่องยาแนวมีลักษณะเป็นรูพรุน จึงสามารถดูดซึมความชื้นและสิ่งสกปรกได้ง่ายกว่าพื้นผิวเรียบHG Grout Protector ช่วยเคลือบและปกป้องร่องยาแนว ลดการซึมของน้ำและสิ่งสกปรก ทำให้ร่องยาแนวดูแลรักษาได้ง่ายขึ้นดูแลตู้อาบน้ำให้ครบ 3 ขั้นตอนปัญหาตู้อาบน้ำสกปรกง่าย ไม่จำเป็นต้องแก้ด้วยการขัดแรงขึ้นทุกครั้ง แต่ควรเลือกวิธีดูแลให้เหมาะกับปัญหาคราบสะสมและคราบขจัดยากเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เหมาะกับระดับของคราบ เช่น HG limescale remover concentrateคราบประจำวันและคราบหินปูนดูแลอย่างสม่ำเสมอด้วยผลิตภัณฑ์อย่าง HG limescale remover foam spray เพื่อลดการสะสมของคราบคราบราดำจัดการด้วย HG mould spray พร้อมลดความชื้นและเพิ่มการระบายอากาศภายในห้องน้ำและหลังจากทำความสะอาดแล้ว สามารถเพิ่มขั้นตอนการปกป้องพื้นผิวด้วย HG shower screen protector หรือ HG grout protector ตามประเภทของพื้นผิวเพราะการดูแลตู้อาบน้ำให้สะอาดง่าย ไม่ได้มีแค่การ “ขจัดคราบ” แต่ควรดูแลตั้งแต่ ทำความสะอาด → จัดการคราบเฉพาะจุด → ปกป้องพื้นผิว เพื่อช่วยลดการสะสมของคราบในระยะยาวHG มีครบ จบทุกขั้นตอนการดูแลตู้อาบน้ำ
Tips : ท่อห้องน้ำอุดตัน...เพราะมันไม่โล่ง

14 มิถุนายน 2563

Tips : ท่อห้องน้ำอุดตัน...เพราะมันไม่โล่ง
Tips : ท่อห้องน้ำอุดตัน...เพราะมันไม่โล่งเส้นผม เศษสบู่ คราบไขมัน กระดาษทิชชู่ ฯลฯ ต้นเหตุปัญหาท่อตัน ปัญหาการระบายในห้องน้ำ อ่างล้างหน้า ไม่ว่าจะระวังยังไง นานๆไปก็ยังตันอยู่ดีและคงมีกลิ่นเหม็นด้วย แต่ป้องกันไว้ ก็ช่วยได้นะเพียงแค่หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองที่ปากท่อ เก็บเส้นผม เศษสบู่ สิ่งสกปรกต่างๆออก อย่ามักง่ายทิ้งเศษอาหารไม่เลือกที่หรือชักโครกกระดาษทิชชู่กองโตในครั้งเดียว ที่สำคัญอย่าเอาชักโครกเป็นถังขยะ ทั้งผ้าอ้อม ผ้าอนามัย ก็ยังใส่ลงไปด้ายยย !!??ตันแล้ว ต้องลุยละ!มีหลายเคล็ดลับให้ลอง1. เบคกิ้งโซดา + น้ำส้มสายชู ตามด้วยน้ำร้อน 1 ลิตร เทลงไป2. เทโค้กหรือเป๊ปซี่ ลงในท่อระบาย รอสัก 15-30 นาที เทน้ำร้อน 1 ลิตร ตามลงไป3. ใช้ “ งูเหล็ก “  ทำมาสารพัดแต่เหมือนยังติดๆขัดๆ ท่อไม่โล่ง นี่เลย เอชจี ลิควิด เดรน อันบล็อกเกอร์ แค่ 30 นาที ที่สำคัญไม่กัดกร่อนท่อท่อโล่งแล้วแต่ยังมีกลิ่นตกค้างหรือมักมีกลิ่นบ่อยๆ จะทนทำไม ใช้นี่ เอชจี กำจัดกลิ่นในท่อระบายน้ำ 
วิทยาศาสตร์กับการ “กำจัดเชื้อรา” (ในห้องน้ำ)

23 เมษายน 2563

วิทยาศาสตร์กับการ “กำจัดเชื้อรา” (ในห้องน้ำ)
วิทยาศาสตร์กับการ “กำจัดเชื้อรา” ในห้องน้ำรู้หรือไม่? “ราดำ” อาจเป็นมากกว่าแค่คราบสกปรกในห้องน้ำมนุษย์เรารู้จักเชื้อ Stachybotrys chartarum หรือที่มักเรียกกันว่า “เชื้อราดำ” มาตั้งแต่ปี 1837 จากการค้นพบของ August Carl Joseph Corda นักพฤกษศาสตร์ชาวเช็กแต่เรื่องของเชื้อราดำเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เมื่อมีรายงานเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับการสัมผัสเชื้อราในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหนึ่งในกรณีที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากเกิดขึ้นในช่วงปี 1990s ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อพบกลุ่มเด็กทารกที่มีภาวะเลือดออกในปอด และมีการศึกษาความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ระหว่างอาการดังกล่าวกับการสัมผัสเชื้อราในบ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำแม้ในเวลาต่อมาจะยังไม่สามารถสรุปความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่าง Stachybotrys chartarum กับกรณีดังกล่าวได้อย่างชัดเจน แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เรื่อง เชื้อรา ความชื้นภายในอาคาร และผลกระทบต่อสุขภาพ ได้รับความสนใจมากขึ้นแล้ว “ราดำ” เกิดขึ้นได้อย่างไร?เชื้อราสามารถพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ และสปอร์ของเชื้อราสามารถกระจายอยู่ในอากาศรอบตัวเราสิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดว่าเชื้อราจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีหรือไม่ จึงอยู่ที่ “สภาพแวดล้อม” และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดก็คือ“ความชื้นสูง”เมื่ออุณหภูมิและปริมาณความชื้นในอากาศเปลี่ยนแปลง อาจเกิดการควบแน่นของน้ำบนพื้นผิวต่าง ๆ ภายในบ้านยิ่งเป็นบริเวณที่มีความชื้นสูง อับแสง หรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก ก็ยิ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อรานี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรามักพบคราบเชื้อราบริเวณต่าง ๆ เช่นผนังห้องน้ำและห้องครัวร่องยาแนวระหว่างกระเบื้องซิลิโคนบริเวณอ่างล้างหน้าและอ่างอาบน้ำวอลเปเปอร์ขอบหน้าต่างบริเวณอับชื้นหรือมีน้ำรั่วซึมโดยเฉพาะ ร่องยาแนวในห้องน้ำ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้จากคราบดำเล็ก ๆ ในช่วงแรก และหากปล่อยทิ้งไว้นาน คราบอาจขยายตัวและเห็นเป็นลักษณะสีเทาดำได้ชัดเจนขึ้นทำไมเชื้อราตาม “ร่องยาแนว” ถึงกำจัดยาก?ปัญหาสำคัญของร่องยาแนวคือ ลักษณะของพื้นผิวที่มีความพรุนเมื่อมีทั้งน้ำ ความชื้น และคราบต่าง ๆ สะสมอยู่เป็นประจำ จึงทำให้บริเวณนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดที่เชื้อราสามารถสะสมและเกิดคราบฝังแน่นได้ง่ายกว่าพื้นผิวเรียบทั่วไปและเมื่อปล่อยคราบไว้นาน การเช็ดทำความสะอาดแบบธรรมดาก็อาจไม่เพียงพอน้ำส้มสายชู หรือเบกกิ้งโซดา ช่วยได้หรือไม่?เมื่อพูดถึงวิธีกำจัดเชื้อราแบบ DIY หลายคนอาจนึกถึง น้ำส้มสายชู หรือเบกกิ้งโซดา เป็นอันดับแรกน้ำส้มสายชูมีสภาพเป็นกรด และมีการนำมาใช้ในการทำความสะอาดภายในบ้านอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการจัดการเชื้อราจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเชื้อรา ลักษณะพื้นผิว และระดับความรุนแรงของคราบโดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับ พื้นผิวแนวตั้งและร่องยาแนวที่มีความพรุน ซึ่งคราบเชื้อราอาจสะสมฝังแน่นอยู่ภายใน จึงอาจต้องทำความสะอาดซ้ำหลายครั้งกว่าจะได้ผลตามที่ต้องการนอกจากต้องรับมือกับกลิ่นของน้ำส้มสายชูแล้ว ยังอาจต้องกลับมาทำความสะอาดซ้ำ หากต้นเหตุของความชื้นยังไม่ได้รับการแก้ไขอีกหนึ่งทางเลือก: ผลิตภัณฑ์ที่มี Chlorine Bleachอีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้สำหรับการจัดการคราบเชื้อรา คือ ผลิตภัณฑ์กำจัดเชื้อราที่มีสารทำความสะอาดในกลุ่ม Chlorine Bleachสารในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติในการจัดการเชื้อราและช่วยขจัดคราบดำบนพื้นผิวที่เหมาะสม จึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับปัญหาเชื้อราโดยเฉพาะในหลายประเทศแถบยุโรป ปัญหาเชื้อราภายในบ้านพบได้ตามบริเวณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขอบหน้าต่าง วอลเปเปอร์ ห้องน้ำ หรือชั้นใต้ดิน โดยเฉพาะเมื่อเกิดความชื้นและการควบแน่นจากความแตกต่างของอุณหภูมิภายในและภายนอกอาคารดังนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อจัดการเชื้อราโดยเฉพาะ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการจัดการคราบเชื้อราได้อย่างสะดวกและตรงจุดมากขึ้นข้อควรระวัง: ผลิตภัณฑ์ที่มี Chlorine Bleach ควรใช้งานตามคำแนะนำบนฉลาก เปิดพื้นที่ให้อากาศถ่ายเท และไม่ควรนำไปผสมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอื่น7 ทริคง่าย ๆ ช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อราในห้องน้ำการกำจัดคราบที่มองเห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เพราะหากบริเวณนั้นยังมีความชื้นสะสม เชื้อราก็สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้1. เปิดให้อากาศถ่ายเทเปิดประตูหรือหน้าต่างเมื่อสามารถทำได้ เพื่อช่วยให้อากาศภายในบ้านหมุนเวียนและลดความชื้นสะสม2. ระบายความชื้นหลังอาบน้ำหลังอาบน้ำ ควรเปิดประตูหรือระบบระบายอากาศต่ออีกระยะ เพื่อช่วยระบายไอน้ำและความชื้นออกจากห้องน้ำ3. ทำให้พื้นที่โซนเปียกแห้งเร็วขึ้นเช็ดน้ำ เปิดพัดลมดูดอากาศ หรือใช้พัดลมช่วยระบายบริเวณที่เปียกหลังอาบน้ำ4. ตากผ้าเช็ดตัวให้แห้งหลีกเลี่ยงการทิ้งผ้าเช็ดตัวที่เปียกชื้นไว้ในห้องน้ำ เพราะความชื้นจากผ้าสามารถเพิ่มระดับความชื้นภายในห้องได้5. ตรวจสอบจุดรั่วซึมหมั่นตรวจสอบก๊อกน้ำ ท่อน้ำ และบริเวณที่อาจมีการรั่วซึม ทั้งในห้องน้ำและห้องครัว6. เลือกยาแนวให้เหมาะสมเลือกใช้ยาแนวที่มีคุณสมบัติช่วยลดการเกิดเชื้อรา และตรวจสอบสภาพของยาแนวหรือซิลิโคนเป็นประจำ7. จัดการคราบเชื้อราตั้งแต่เริ่มพบอย่าปล่อยให้คราบดำสะสมจนฝังแน่น ควรทำความสะอาดตั้งแต่เริ่มพบ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเชื้อราที่เหมาะกับพื้นผิวHG Mould Spray — ตัวช่วยสำหรับจัดการคราบเชื้อราสำหรับคราบเชื้อราและคราบดำที่พบตามบริเวณต่าง ๆ ในห้องน้ำ HG Mould Spray เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการจัดการปัญหาเชื้อราเหมาะสำหรับใช้ทำความสะอาดบริเวณที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ เช่น ร่องยาแนว กระเบื้อง และบริเวณที่มักเกิดคราบเชื้อราเพราะการจัดการปัญหาเชื้อราอย่างเหมาะสม ไม่ได้มีเพียงการทำให้ “คราบดำหายไป” เท่านั้น แต่ควรทำควบคู่ไปกับการ ลดความชื้น เพิ่มการระบายอากาศ และดูแลพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดโอกาสที่เชื้อราจะกลับมาเกิดซ้ำ

สมัครสมาชิก

Icon Phone Icon Mail Icon Line
เพิ่มไปยังตะกร้า