24 พฤศจิกายน 2564
พื้นเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกใช้งานมากที่สุดในบ้าน แต่หลายครั้งเรากลับเลือกวิธีทำความสะอาดจาก “คราบที่เห็น” โดยไม่ได้พิจารณาว่า “พื้นนั้นทำจากวัสดุอะไร”
คราบแบบเดียวกันที่เกิดบนกระเบื้อง หินอ่อน หินธรรมชาติ หรือพื้นไม้ อาจต้องใช้วิธีจัดการที่แตกต่างกัน เพราะวัสดุแต่ละประเภทมีโครงสร้าง ความพรุน และความทนต่อสารทำความสะอาดไม่เหมือนกัน
การดูแลพื้นให้สวยได้นานจึงเริ่มจาก 3 เรื่องง่าย ๆ
รู้จักพื้น → รู้จักคราบ → เลือกวิธีดูแลให้เหมาะสม
วัสดุปูพื้นแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน
บางพื้นผิวมีความพรุนสูง สามารถดูดซึมน้ำ น้ำมัน และสิ่งสกปรกได้ง่าย ขณะที่บางพื้นผิวมีชั้นเคลือบช่วยลดการซึมของคราบ
ตัวอย่างเช่น
วัสดุเหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “พื้น” เหมือนกันทั้งหมด เพราะผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับพื้นประเภทหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกประเภทหนึ่ง
Porosity หรือความพรุน คือหนึ่งในคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของวัสดุในการดูดซึมของเหลว
วัสดุที่มีรูพรุนสามารถเปิดโอกาสให้น้ำ น้ำมัน และสิ่งสกปรกซึมเข้าสู่เนื้อวัสดุได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม คราบกาแฟหยดเดียวกัน อาจเช็ดออกจากกระเบื้องเคลือบได้ง่าย แต่หากเกิดบนหินธรรมชาติที่มีรูพรุนและปล่อยทิ้งไว้นาน คราบอาจซึมลึกและขจัดออกได้ยากกว่า
โดยเฉพาะคราบน้ำมัน ซอส เครื่องดื่ม หรือของเหลวที่มีสี การจัดการตั้งแต่คราบยังใหม่จึงสำคัญมาก
เมื่อเจอคราบฝังแน่น หลายคนอาจคิดว่า “ยิ่งน้ำยาแรง ยิ่งขจัดคราบได้ดี”
แต่สำหรับพื้นบางประเภท วิธีนี้อาจสร้างปัญหามากกว่าที่คิด
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หินอ่อนและหินธรรมชาติที่ไวต่อกรด หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดไม่เหมาะสม อาจทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุในหิน ทำให้พื้นผิวสูญเสียความเงา เกิดรอยด้าน หรือเกิดลักษณะที่เรียกว่า Etching
เมื่อพื้นผิวเสียหายแล้ว การใช้น้ำยาทำความสะอาดเพิ่มอาจไม่สามารถทำให้ความเงากลับคืนมาได้ เพราะสิ่งที่เห็นไม่ใช่ “คราบ” อีกต่อไป แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของตัวพื้นผิว
ดังนั้น ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ควรถามก่อนว่า
พื้นอะไร? + คราบอะไร?
แทนที่จะเริ่มจาก
ใช้อะไรแรงที่สุด?
คราบบนพื้นมีที่มาแตกต่างกัน การเข้าใจว่าคราบเกิดจากอะไรจะช่วยให้เลือกวิธีจัดการได้เหมาะสมมากขึ้น
เป็นคราบที่เกิดจากสารอินทรีย์หรือสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น
คราบประเภทนี้ควรรีบจัดการเมื่อเกิดขึ้น เพราะหากปล่อยของเหลวไว้บนวัสดุที่มีรูพรุนเป็นเวลานาน ก็มีโอกาสซึมเข้าสู่เนื้อวัสดุและขจัดออกได้ยากขึ้น
Tip: เมื่อมีของเหลวหก ควรซับออกโดยเร็ว แทนการถูให้คราบกระจายเป็นวงกว้าง
อีกกลุ่มคือคราบที่เกี่ยวข้องกับแร่ธาตุหรือปฏิกิริยาทางเคมี เช่น
คราบเหล่านี้อาจต้องใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะประเภท แต่สิ่งสำคัญคือ ผลิตภัณฑ์นั้นต้องเหมาะกับวัสดุด้วย
ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบหินปูนที่สามารถใช้กับกระเบื้องบางประเภทได้ อาจไม่เหมาะสำหรับหินอ่อนหรือหินธรรมชาติที่ไม่ทนกรด
ไม่ว่าจะเป็นคราบประเภทใด หลักการสำคัญคือ ยิ่งจัดการเร็ว ยิ่งลดโอกาสที่คราบจะซึมลึกหรือสะสม
เมื่อเกิดคราบ ควร
ไม่ควรทดลองใช้กรด สารฟอกขาว หรือสารทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรงกับพื้นโดยไม่ตรวจสอบความเหมาะสมก่อน
สำหรับวัสดุบางประเภท โดยเฉพาะ หินธรรมชาติหรือพื้นผิวที่มีรูพรุนและสามารถเคลือบปกป้องได้ การใช้ผลิตภัณฑ์ Protect หรือ Impregnator ที่เหมาะสมหลังจากทำความสะอาด อาจช่วยลดการซึมของน้ำ น้ำมัน และสิ่งสกปรกเข้าสู่เนื้อวัสดุ
ผลคือ เมื่อเกิดคราบในครั้งต่อไป ก็สามารถดูแลและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม พื้นทุกประเภทไม่ได้ต้องการการเคลือบเหมือนกัน จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับวัสดุและตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตพื้นก่อนใช้งาน
แนวคิดในการดูแลพื้นของ HG ไม่ได้มองเพียงการขจัดคราบที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ครอบคลุมการดูแลพื้นในหลายขั้นตอน
CLEANING – ทำความสะอาด
เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับชนิดของพื้นและประเภทของคราบ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกโดยไม่สร้างความเสียหายที่ไม่จำเป็นต่อวัสดุ
PROTECTING – ปกป้อง
สำหรับพื้นผิวที่เหมาะสม การเคลือบปกป้องสามารถช่วยลดการซึมและการยึดเกาะของคราบ ทำให้การดูแลในอนาคตง่ายขึ้น
BEAUTIFYING – ดูแลความสวยงาม
เลือกวิธีดูแลที่เหมาะกับวัสดุ เพื่อช่วยรักษาลักษณะและผิวสัมผัสของพื้นให้ดูดีตามธรรมชาติของวัสดุนั้น
พื้นหมอง พื้นเป็นคราบ หรือพื้นดูเก่า ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนพื้นใหม่เสมอไป
สิ่งแรกที่ควรทำคือหาสาเหตุให้ได้ก่อนว่า สิ่งที่เห็นคือ
“คราบที่สามารถทำความสะอาดได้”
หรือ
“ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวพื้นผิวแล้ว”
หากเป็นคราบ การเลือกผลิตภัณฑ์และวิธีทำความสะอาดที่ตรงกับทั้ง ชนิดของคราบและชนิดของพื้น อาจช่วยจัดการปัญหาได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีที่รุนแรง
แต่หากพื้นผิวเกิดความเสียหาย เช่น ถูกกรดกัด เกิดรอยลึก ชั้นเคลือบเสื่อม หรือวัสดุแตกร้าว การทำความสะอาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขได้ และควรพิจารณาวิธีฟื้นฟูหรือซ่อมแซมที่เหมาะสม
หัวใจของการดูแลพื้นไม่ใช่การมีน้ำยาที่แรงที่สุด แต่คือ การรู้ว่ากำลังทำความสะอาดอะไร และพื้นผิวนั้นต้องการการดูแลแบบไหน
ก่อนจัดการคราบครั้งต่อไป ลองจำหลักง่าย ๆ นี้ไว้
KNOW YOUR FLOOR – รู้ก่อนว่าพื้นเป็นวัสดุอะไร
KNOW YOUR STAIN – รู้ว่าคราบเกิดจากอะไร
CLEAN CORRECTLY – เลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะสม
PROTECT WHEN NEEDED – ปกป้องพื้นผิวเมื่อวัสดุนั้นเหมาะกับการเคลือบ
เพราะการดูแลพื้นอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ อาจง่ายกว่าการรอจนพื้นเสียหายแล้วค่อยคิดถึงการรีโนเวท
ref cleanfax.com sanding.co.uk slique.com.au expressflooring.com
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นสูตรเข้มข้น กลิ่นหอมสดชื่น เหมาะสำหรับพื้นกระเบื้องทุกประเภท
฿420
ฟิล์มเคลือบพื้นหินอ่อน หรือหินธรรมชาติ ปกป้องพื้นจากรอยขีดข่วน การสึกหรอ และคราบสกปรก
฿745
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นสูตรเข้มข้น กลิ่นหอมสดชื่น สำหรับทำความสะอาดหินอ่อนและหินธรรมชาติที่มีส่วนประกอบของแคลเซียมทุกประเภทเป็นประจำ
฿625
ผลิตภัณฑ์เคลือบกันซึมสำหรับพื้นกระเบื้อง
฿995
ขจัดคราบสกปรกฝังแน่น หรือแว็กซ์เก่า น้ำยาเคลือบเงา และชั้นเคลือบป้องกันอื่น ๆ
฿590
ผลิตภัณฑ์เคลือบกันซึมสำหรับหินธรรมชาติ
฿995