23 เมษายน 2563
มนุษย์เรารู้จักเชื้อ Stachybotrys chartarum หรือที่มักเรียกกันว่า “เชื้อราดำ” มาตั้งแต่ปี 1837 จากการค้นพบของ August Carl Joseph Corda นักพฤกษศาสตร์ชาวเช็ก
แต่เรื่องของเชื้อราดำเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เมื่อมีรายงานเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับการสัมผัสเชื้อราในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง
หนึ่งในกรณีที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากเกิดขึ้นในช่วงปี 1990s ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อพบกลุ่มเด็กทารกที่มีภาวะเลือดออกในปอด และมีการศึกษาความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ระหว่างอาการดังกล่าวกับการสัมผัสเชื้อราในบ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำ
แม้ในเวลาต่อมาจะยังไม่สามารถสรุปความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่าง Stachybotrys chartarum กับกรณีดังกล่าวได้อย่างชัดเจน แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เรื่อง เชื้อรา ความชื้นภายในอาคาร และผลกระทบต่อสุขภาพ ได้รับความสนใจมากขึ้น
เชื้อราสามารถพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ และสปอร์ของเชื้อราสามารถกระจายอยู่ในอากาศรอบตัวเรา
สิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดว่าเชื้อราจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีหรือไม่ จึงอยู่ที่ “สภาพแวดล้อม” และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดก็คือ
เมื่ออุณหภูมิและปริมาณความชื้นในอากาศเปลี่ยนแปลง อาจเกิดการควบแน่นของน้ำบนพื้นผิวต่าง ๆ ภายในบ้าน
ยิ่งเป็นบริเวณที่มีความชื้นสูง อับแสง หรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก ก็ยิ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อรา
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรามักพบคราบเชื้อราบริเวณต่าง ๆ เช่น
โดยเฉพาะ ร่องยาแนวในห้องน้ำ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้จากคราบดำเล็ก ๆ ในช่วงแรก และหากปล่อยทิ้งไว้นาน คราบอาจขยายตัวและเห็นเป็นลักษณะสีเทาดำได้ชัดเจนขึ้น
ปัญหาสำคัญของร่องยาแนวคือ ลักษณะของพื้นผิวที่มีความพรุน
เมื่อมีทั้งน้ำ ความชื้น และคราบต่าง ๆ สะสมอยู่เป็นประจำ จึงทำให้บริเวณนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดที่เชื้อราสามารถสะสมและเกิดคราบฝังแน่นได้ง่ายกว่าพื้นผิวเรียบทั่วไป
และเมื่อปล่อยคราบไว้นาน การเช็ดทำความสะอาดแบบธรรมดาก็อาจไม่เพียงพอ
เมื่อพูดถึงวิธีกำจัดเชื้อราแบบ DIY หลายคนอาจนึกถึง น้ำส้มสายชู หรือเบกกิ้งโซดา เป็นอันดับแรก
น้ำส้มสายชูมีสภาพเป็นกรด และมีการนำมาใช้ในการทำความสะอาดภายในบ้านอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการจัดการเชื้อราจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเชื้อรา ลักษณะพื้นผิว และระดับความรุนแรงของคราบ
โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับ พื้นผิวแนวตั้งและร่องยาแนวที่มีความพรุน ซึ่งคราบเชื้อราอาจสะสมฝังแน่นอยู่ภายใน จึงอาจต้องทำความสะอาดซ้ำหลายครั้งกว่าจะได้ผลตามที่ต้องการ
นอกจากต้องรับมือกับกลิ่นของน้ำส้มสายชูแล้ว ยังอาจต้องกลับมาทำความสะอาดซ้ำ หากต้นเหตุของความชื้นยังไม่ได้รับการแก้ไข
อีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้สำหรับการจัดการคราบเชื้อรา คือ ผลิตภัณฑ์กำจัดเชื้อราที่มีสารทำความสะอาดในกลุ่ม Chlorine Bleach
สารในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติในการจัดการเชื้อราและช่วยขจัดคราบดำบนพื้นผิวที่เหมาะสม จึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับปัญหาเชื้อราโดยเฉพาะ
ในหลายประเทศแถบยุโรป ปัญหาเชื้อราภายในบ้านพบได้ตามบริเวณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขอบหน้าต่าง วอลเปเปอร์ ห้องน้ำ หรือชั้นใต้ดิน โดยเฉพาะเมื่อเกิดความชื้นและการควบแน่นจากความแตกต่างของอุณหภูมิภายในและภายนอกอาคาร
ดังนั้น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อจัดการเชื้อราโดยเฉพาะ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการจัดการคราบเชื้อราได้อย่างสะดวกและตรงจุดมากขึ้น
ข้อควรระวัง: ผลิตภัณฑ์ที่มี Chlorine Bleach ควรใช้งานตามคำแนะนำบนฉลาก เปิดพื้นที่ให้อากาศถ่ายเท และไม่ควรนำไปผสมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอื่น
การกำจัดคราบที่มองเห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เพราะหากบริเวณนั้นยังมีความชื้นสะสม เชื้อราก็สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้
เปิดประตูหรือหน้าต่างเมื่อสามารถทำได้ เพื่อช่วยให้อากาศภายในบ้านหมุนเวียนและลดความชื้นสะสม
หลังอาบน้ำ ควรเปิดประตูหรือระบบระบายอากาศต่ออีกระยะ เพื่อช่วยระบายไอน้ำและความชื้นออกจากห้องน้ำ
เช็ดน้ำ เปิดพัดลมดูดอากาศ หรือใช้พัดลมช่วยระบายบริเวณที่เปียกหลังอาบน้ำ
หลีกเลี่ยงการทิ้งผ้าเช็ดตัวที่เปียกชื้นไว้ในห้องน้ำ เพราะความชื้นจากผ้าสามารถเพิ่มระดับความชื้นภายในห้องได้
หมั่นตรวจสอบก๊อกน้ำ ท่อน้ำ และบริเวณที่อาจมีการรั่วซึม ทั้งในห้องน้ำและห้องครัว
เลือกใช้ยาแนวที่มีคุณสมบัติช่วยลดการเกิดเชื้อรา และตรวจสอบสภาพของยาแนวหรือซิลิโคนเป็นประจำ
อย่าปล่อยให้คราบดำสะสมจนฝังแน่น ควรทำความสะอาดตั้งแต่เริ่มพบ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเชื้อราที่เหมาะกับพื้นผิว
สำหรับคราบเชื้อราและคราบดำที่พบตามบริเวณต่าง ๆ ในห้องน้ำ HG Mould Spray เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการจัดการปัญหาเชื้อรา
เหมาะสำหรับใช้ทำความสะอาดบริเวณที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ เช่น ร่องยาแนว กระเบื้อง และบริเวณที่มักเกิดคราบเชื้อรา
เพราะการจัดการปัญหาเชื้อราอย่างเหมาะสม ไม่ได้มีเพียงการทำให้ “คราบดำหายไป” เท่านั้น แต่ควรทำควบคู่ไปกับการ ลดความชื้น เพิ่มการระบายอากาศ และดูแลพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดโอกาสที่เชื้อราจะกลับมาเกิดซ้ำ
โฟมสเปรย์ ขจัดคราบหินปูน + โฟมสเปรย์ ขจัดคราบราดำ
฿585
฿780
-฿195