14 พฤษภาคม 2564
อากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย ทำให้ “ความชื้นภายในบ้าน” เป็นเรื่องที่หลายคนต้องเจอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หรือบริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ห้องเก็บของ ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ หรือพื้นที่ปิดภายในบ้าน
เมื่อความชื้นสะสมสูงเป็นเวลานาน นอกจากจะทำให้บ้านรู้สึกอับชื้นและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้ว ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของ เชื้อราและไรฝุ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพอากาศภายในบ้านและผู้ที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้ได้
ดังนั้น การควบคุมความชื้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “กลิ่นอับ” แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้น่าอยู่ด้วย
ความชื้นสามารถเกิดขึ้นได้จากกิจกรรมธรรมดา ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น
เมื่อไอน้ำไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ความชื้นก็จะค่อย ๆ สะสมอยู่ภายในห้อง
1. เพิ่มการระบายอากาศ
เปิดประตูหรือหน้าต่างเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม หรือใช้พัดลมระบายอากาศ โดยเฉพาะในห้องน้ำและห้องครัว
2. ใช้เครื่องลดความชื้นในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
สำหรับห้องขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่มีปัญหาความชื้นต่อเนื่อง เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) สามารถช่วยควบคุมระดับความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เปิดรับแสงแดดและให้อากาศหมุนเวียน
บริเวณที่มืด อับ และอากาศไม่หมุนเวียนมักแห้งช้ากว่าพื้นที่เปิด การเปิดม่านและช่วยให้อากาศหมุนเวียนจึงมีส่วนช่วยให้พื้นที่แห้งขึ้น
4. ลดแหล่งความชื้นที่ไม่จำเป็น
หลีกเลี่ยงการตากผ้าเปียกในพื้นที่ปิด และเช็ดบริเวณที่มีน้ำหรือไอน้ำสะสมให้แห้งหลังใช้งาน
5. ตรวจสอบน้ำรั่วและความชื้นจากโครงสร้าง
หากพบผนังชื้น สีพอง หรือมีคราบเชื้อราเกิดซ้ำ ควรตรวจสอบว่ามีน้ำรั่วซึมหรือปัญหาจากโครงสร้างหรือไม่ เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ดูดความชื้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้
6. ใช้ผลิตภัณฑ์ดูดความชื้นในพื้นที่ปิดที่เหมาะสม
สำหรับพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การใช้ผลิตภัณฑ์ดูดความชื้นสามารถช่วยจัดการความชื้นส่วนเกินได้ โดยควรเลือกขนาดและประเภทให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน
สำหรับบริเวณที่มีความชื้นสูงหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก HG Moisture Absorber เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับช่วยดูดซับความชื้นส่วนเกิน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับปัญหากลิ่นอับและเชื้อรา
ผลิตภัณฑ์มาพร้อมสารดูดความชื้นปริมาณ 450 กรัม และตัวกล่องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
อยู่บริเวณด้านบนของกล่อง ออกแบบให้สารดูดความชื้นสามารถสัมผัสกับอากาศ พร้อมโครงสร้างที่ช่วยป้องกันเม็ดสารดูดความชื้นหกออกมา
อยู่บริเวณด้านล่าง สำหรับรองรับของเหลวที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดูดซับความชื้น พร้อมรูปทรงที่ช่วยรองรับของเหลวและสะดวกต่อการนำไปเททิ้งตามคำแนะนำ
HG Moisture Absorber ขนาด 450 กรัม สามารถใช้งานได้ประมาณ 2–3 เดือน โดยระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับระดับความชื้นและสภาพแวดล้อมของพื้นที่ใช้งาน
เหมาะสำหรับพื้นที่ประมาณ 40 ลูกบาศก์เมตร หรือเทียบได้กับห้องขนาดประมาณ 4 × 4 เมตร สูง 2.5 เมตร
ทั้งนี้ ควรศึกษาวิธีใช้ ตำแหน่งการวาง และข้อควรระวังบนฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง
ผลิตภัณฑ์ดูดความชื้นสามารถเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับพื้นที่ปิดหรือบริเวณที่มีความชื้นส่วนเกิน แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการ ระบายอากาศ ลดแหล่งกำเนิดความชื้น และแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึม
เพราะการดูแลความชื้นอย่างเหมาะสม ไม่ได้ช่วยเพียงลดความรู้สึกอับชื้น แต่ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่สะอาด สบาย และน่าอยู่ยิ่งขึ้น
ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นจากการทอดปลา การปรุงอาหารที่มีกลิ่นแรง และควันบุหรี่
฿425
กําจัดกลิ่นเหม็นในท่อระบายนํ้า ที่เกิดจากคราบสกปรก สะสมในท่อระบายนํ้า
฿325
ทำความสะอาดและลดกลิ่นอับให้กับเครื่องซักผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
฿355
กำจัดกลิ่นโดยใช้เอนไซม์ และจุลินทรีย์จากธรรมชาติสลายสารที่เป็นต้นตอของกลิ่นเหม็นให้หมดไป ต่างจากการใช้น้ำหอมกลบกลิ่น
฿380