รหัสโปรโมชั่น PistolSafe ซื้อเลย
รหัสโปรโมชั่น naradee ซื้อเลย

4 สิงหาคม 2566

เต็มที่ทุกเมนูรังสรร หมดห่วงทุก #คราบมัน... แถมยังแฮปปี้ทุกครั้งที่ได้เข้าครัว

เต็มที่ทุกเมนูรังสรร หมดห่วงทุก #คราบมัน... แถมยังแฮปปี้ทุกครั้งที่ได้เข้าครัว

คราบมันในครัว ขจัดอย่างไร? ตัวช่วยทำความสะอาดคราบไขมันให้ครัวสะอาดง่ายขึ้น

การทำอาหารให้อร่อยเริ่มจากวัตถุดิบที่ดี แต่ ความสะอาดของพื้นที่ครัว ก็สำคัญไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะ คราบไขมัน ที่เกิดขึ้นได้แทบทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมอาหาร การทอด ผัด หรือการปรุงเมนูต่าง ๆ หากปล่อยทิ้งไว้นาน คราบเหล่านี้อาจเหนียวขึ้น จับฝุ่นและสิ่งสกปรก และทำความสะอาดได้ยากกว่าเดิม

คราบไขมันในครัวเกิดจากอะไร?

คราบมันที่พบในครัวมักมาจากหลายแหล่ง เช่น

  • น้ำมันและไขมันจากการเตรียมวัตถุดิบ
  • ละอองน้ำมันที่กระเด็นระหว่างการทอดหรือผัด
  • คราบอาหารและซอสที่ตกค้างบนพื้นผิว
  • คราบมันสะสมบริเวณเตา ผนัง หรือท็อปเคาน์เตอร์
  • คราบที่หลงเหลือจากการทำความสะอาดไม่หมด

บริเวณที่พบคราบมันได้บ่อย ได้แก่ เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ผนังรอบเตา ท็อปเคาน์เตอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในครัว

ทำไมคราบมันยิ่งทิ้งไว้นาน ยิ่งทำความสะอาดยาก?

คราบไขมันใหม่มักเช็ดออกได้ง่ายกว่าคราบที่สะสมเป็นเวลานาน

เมื่อไขมันถูกความร้อนซ้ำ ๆ หรือจับตัวร่วมกับฝุ่นและเศษอาหาร คราบอาจกลายเป็นชั้นเหนียวติดแน่นกับพื้นผิว ทำให้ต้องใช้เวลาและแรงในการทำความสะอาดมากขึ้น

ดังนั้น การเช็ดคราบมันหลังใช้งานครัวเป็นประจำจึงช่วยลดการสะสมของคราบหนักในระยะยาว

น้ำเปล่าอย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับคราบไขมัน

น้ำและไขมันไม่สามารถผสมกันได้ง่าย การใช้เพียงน้ำเปล่าจึงอาจทำให้คราบมันกระจายไปบนพื้นผิวแทนที่จะถูกขจัดออก

หลายบ้านจึงนิยมใช้วิธีต่าง ๆ เช่น

  • เบกกิ้งโซดา
  • น้ำส้มสายชู
  • น้ำสบู่
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์

แต่พื้นผิวภายในครัวมีหลายประเภท และแต่ละวัสดุก็มีข้อจำกัดต่างกัน การใช้สารหรือวิธีที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้พื้นผิวเกิดรอย เปลี่ยนสี หรือเสียหายได้

จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับทั้ง ชนิดของคราบและพื้นผิวที่ต้องการทำความสะอาด

ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบไขมันทำงานอย่างไร?

ผลิตภัณฑ์สำหรับขจัดคราบไขมันได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้คราบมันที่เกาะอยู่บนพื้นผิวหลุดออกและเช็ดล้างได้ง่ายขึ้น

จึงเหมาะกับการทำความสะอาดพื้นที่ที่มีคราบมันสะสมจากการทำอาหาร เช่น

  • เตาและบริเวณรอบเตา
  • เครื่องดูดควัน
  • ท็อปเคาน์เตอร์
  • ผนังบริเวณครัว
  • พื้นผิวและอุปกรณ์ครัวที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์

HG Grease Away ตัวช่วยสำหรับคราบไขมันในครัว

HG Grease Away เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยจัดการคราบไขมันและคราบมันจากการทำอาหารโดยเฉพาะ

ช่วยให้คราบไขมันที่เกาะอยู่บนพื้นผิวหลุดออกได้ง่ายขึ้น จึงเหมาะสำหรับการทำความสะอาดประจำวันและการจัดการคราบมันบริเวณต่าง ๆ ภายในครัว

สำหรับพื้นผิวที่ไม่คุ้นเคยหรือวัสดุที่มีความละเอียดอ่อน ควรทดสอบผลิตภัณฑ์บริเวณเล็ก ๆ ที่ไม่เด่นก่อนใช้งานจริง และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากทุกครั้ง

พื้นผิวในครัวมีหลายชนิด ต้องเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะสม

ภายในครัวอาจประกอบด้วยวัสดุหลากหลายประเภท เช่น

  • สแตนเลส
  • อะลูมิเนียม
  • เซรามิก
  • พลาสติก
  • กระเบื้อง
  • หินธรรมชาติ
  • วัสดุท็อปเคาน์เตอร์ชนิดต่าง ๆ

แต่ละวัสดุสามารถตอบสนองต่อน้ำยาทำความสะอาดแตกต่างกัน จึงไม่ควรสรุปว่าผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวสามารถใช้ได้กับทุกพื้นผิวโดยไม่ตรวจสอบก่อน

อยากให้ครัวสะอาดง่าย ควรจัดการคราบมันตั้งแต่เนิ่น ๆ

วิธีที่ช่วยลดภาระในการทำความสะอาดได้ดีที่สุดคือ อย่าปล่อยให้คราบสะสมนานเกินไป

หลังทำอาหาร ควรเช็ดคราบน้ำมันและคราบอาหารออกเมื่อพื้นผิวเย็นลงแล้ว รวมถึงทำความสะอาดบริเวณรอบเตาและท็อปเคาน์เตอร์อย่างสม่ำเสมอ

เมื่อมีผลิตภัณฑ์ขจัดคราบไขมันที่เหมาะสมเป็นตัวช่วย การดูแลครัวให้สะอาดก็ทำได้ง่ายขึ้น และคุณก็สามารถเต็มที่กับทุกเมนูได้โดยไม่ต้องกังวลกับคราบมันสะสม

HG Grease Away — ตัวช่วยจัดการคราบไขมัน เพื่อครัวที่ดูสะอาดและพร้อมสำหรับทุกเมนู

เอชจี คิชเช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเตาประจำวัน
เอชจี คิชเช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเตาประจำวัน

สำหรับการทำความสะอาดประจำวันของเตาอินดักชันและเตาแก้วเซรามิกทุกประเภท

฿330

ซื้อสินค้า
เอชจี ขจัดคราบไขมัน
เอชจี ขจัดคราบไขมัน

ทำความสะอาดคราบน้ำมันและคราบอาหารบนพื้นผิวในครัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

฿325

ซื้อสินค้า
เอชจี ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเตาย่าง
เอชจี ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเตาย่าง

ขจัดคราบไขมันและคราบอาหารทุกประเภทจากเตาอบ เตาย่าง และเตาบาร์บีคิว

฿360

ซื้อสินค้า
เอชจี ทำความสะอาดท็อปหินในห้องครัว
เอชจี ทำความสะอาดท็อปหินในห้องครัว

ปลอดภัย ไม่ทิ้งคราบ เหมาะสำหรับการทำความสะอาดท็อปหินในครัวเป็นประจำ

฿310

ซื้อสินค้า

อ่านต่อ

Tips : คราบราดำ อีกแล้ว

4 กรกฎาคม 2564

Tips : คราบราดำ อีกแล้ว
คราบราดำเกิดซ้ำ ทำอย่างไร? วิธีป้องกันและขจัดเชื้อราในบ้านคราบราดำเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในบริเวณที่มี ความชื้นสูง อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือมีน้ำสะสมเป็นประจำ เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ฝ้าเพดาน ห้องเก็บของ รวมถึงบริเวณตามร่องยาแนวและมุมอับต่าง ๆแม้จะทำความสะอาดไปแล้ว แต่หากสภาพแวดล้อมยังมีความชื้นสะสม เชื้อราก็สามารถกลับมาเกิดซ้ำได้อีกดังนั้น หากไม่อยากเจอคราบราดำซ้ำแล้วซ้ำอีก ควรเริ่มจากการลดปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา พร้อมกับทำความสะอาดคราบที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมทำไมคราบราดำถึงกลับมาเกิดซ้ำ?เชื้อราเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีความชื้นและอากาศถ่ายเทไม่ดี โดยเฉพาะพื้นที่ที่เปียกหรือชื้นเป็นเวลานาน เช่นห้องน้ำและบริเวณร่องยาแนวผนังหรือฝ้าเพดานที่มีความชื้นห้องครัวและบริเวณใกล้อ่างล้างจานห้องเก็บของหรือพื้นที่ปิดที่อากาศไม่ถ่ายเทมุมอับหรือบริเวณที่มีน้ำขังเป็นประจำการขจัดคราบราเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ หากยังไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องความชื้นและการระบายอากาศป้องกันคราบราดำอย่างไร?1. ลดความชื้นและช่วยให้อากาศถ่ายเทพยายามเปิดให้อากาศหมุนเวียนในบริเวณที่มีความชื้น เช่นเปิดพัดลมระบายอากาศระหว่างและหลังใช้ห้องน้ำเปิดประตูหรือหน้าต่างเพื่อช่วยระบายความชื้นเช็ดบริเวณที่มีน้ำขังหรือเปียกชื้นให้แห้งเปิดห้องเก็บของหรือพื้นที่อับเป็นระยะ เพื่อให้อากาศถ่ายเทยิ่งพื้นที่แห้งเร็วเท่าไร ก็ยิ่งช่วยลดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดเชื้อรา2. ปกป้องพื้นผิวที่ดูดซึมความชื้นได้ง่ายสำหรับพื้นผิวบางประเภท เช่น หินอ่อน การใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบปกป้องพื้นผิวสามารถช่วยลดการซึมของน้ำและสิ่งสกปรกได้HG Marble Protector เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเคลือบปกป้องพื้นผิวหินอ่อน ช่วยลดการซึมของความชื้นและคราบต่าง ๆ ทำให้ดูแลรักษาพื้นผิวได้ง่ายขึ้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับชนิดของพื้นผิว และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้งวิธีขจัดคราบราดำด้วยวิธีทั่วไปหากเริ่มพบคราบรา สามารถลองทำความสะอาดด้วยวิธีพื้นฐานดังต่อไปนี้1. เบกกิ้งโซดาละลายเบกกิ้งโซดาประมาณ 6 กรัม ในน้ำร้อน 1 ลิตร นำไปใช้กับบริเวณที่มีคราบ จากนั้นใช้แปรงขัดเบา ๆ และล้างออกด้วยน้ำสะอาดควรทดลองกับบริเวณเล็ก ๆ ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ส่งผลต่อพื้นผิว2. น้ำส้มสายชูใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำส้มสายชู เช็ดบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้สักครู่ก่อนเช็ดหรือล้างออกด้วยน้ำสะอาดควรตรวจสอบก่อนว่าพื้นผิวนั้นสามารถสัมผัสกับกรดอ่อน ๆ ได้หรือไม่ เนื่องจากน้ำส้มสายชูอาจไม่เหมาะกับพื้นผิวบางประเภท เช่น หินธรรมชาติบางชนิด3. น้ำยาฟอกขาวสำหรับพื้นผิวที่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำยาฟอกขาวได้ อาจใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจางตามคำแนะนำของผู้ผลิต แล้วใช้ฟองน้ำหรือผ้าเช็ดบริเวณที่มีคราบควรสวมถุงมือ เปิดพื้นที่ให้อากาศถ่ายเท และระมัดระวังไม่ให้ผลิตภัณฑ์สัมผัสกับพื้นผิวที่อาจเกิดความเสียหายหรือสีซีดจางข้อควรระวัง: ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำส้มสายชู กรด หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอื่น เพราะอาจทำให้เกิดก๊าซอันตรายได้อยากขจัดคราบราให้ง่ายขึ้น ใช้อะไรดี?หากไม่อยากเตรียมส่วนผสมเอง หรือกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับจัดการปัญหาคราบราโดยเฉพาะ สามารถเลือกใช้ HG Mould Spray ผลิตภัณฑ์สำหรับขจัดคราบเชื้อราและคราบดำในบริเวณที่เหมาะสมตามคำแนะนำบนฉลากเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดขั้นตอนในการเตรียมน้ำยาทำความสะอาด และต้องการจัดการคราบราได้อย่างสะดวกมากขึ้นสรุป: จัดการคราบรา ต้องทำทั้ง “กำจัด” และ “ป้องกัน”การป้องกันคราบราดำไม่ให้กลับมาเกิดซ้ำ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำความสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูแลเรื่อง ความชื้น การระบายอากาศ และการทำให้พื้นผิวแห้งอยู่เสมอหากพบคราบรา ควรรีบจัดการตั้งแต่เริ่มต้น และเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะสมกับพื้นผิวเพราะเมื่อจัดการทั้งต้นเหตุและคราบที่มองเห็นไปพร้อมกัน ก็จะช่วยให้พื้นที่ภายในบ้านสะอาด ดูแลรักษาง่าย และลดโอกาสที่คราบราดำจะกลับมากวนใจซ้ำ ๆ
หากเบื่อ “#คราบน้ำ” ...ก็จงนำพาร่างไปอยู่ดาวพลูโต!!!

3 สิงหาคม 2563

หากเบื่อ “#คราบน้ำ” ...ก็จงนำพาร่างไปอยู่ดาวพลูโต!!!
✨ หากเบื่อ “คราบน้ำ” ...ก็จงนำพาร่างไปอยู่ดาวพลูโต!“คราบน้ำ” อาจเป็นหนึ่งในปัญหาสุดกวนใจที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิดก๊อกน้ำ ฝักบัว อ่างล้างหน้า กระจกกั้นอาบน้ำ หรือแม้แต่กาต้มน้ำและเครื่องชงกาแฟ ล้วนเป็นพื้นที่ที่เราอาจพบร่องรอยของคราบจากน้ำได้อยู่เสมอแต่รู้หรือไม่ว่า...มนุษย์เรามีวิวัฒนาการเรื่อง “การขจัดคราบ” กันมานานนับพันปีแล้วจากยุคโบราณที่มนุษย์เริ่มรู้จักการผลิตสบู่ จนกระทั่งการพัฒนาสารทำความสะอาดสังเคราะห์และ “สารลดแรงตึงผิว” (Surfactant) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลากหลายประเภทจนถึงทุกวันนี้แต่ในเมื่อมนุษย์พัฒนาการทำความสะอาดกันมานานขนาดนี้...ทำไมเรายังต้องคอยรบกับ “คราบน้ำ” กันอยู่เรื่อย ๆ?มาทำความเข้าใจเรื่องคราบน้ำกันให้ถ่องแท้ไปเลยค่ะ▶ Ca และ Mg ในสายธารลองเปิดไทม์แมชชีนย้อนกลับไปยังวิชาวิทยาศาสตร์สมัยประถมกันสักนิดน้ำที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอาจมีแร่ธาตุต่าง ๆ ละลายอยู่ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะ แคลเซียม (Ca) และแมกนีเซียม (Mg)หากน้ำมีแร่ธาตุเหล่านี้อยู่ในระดับสูง เรามักเรียกกันว่า“น้ำกระด้าง” หรือ Hard Waterน้ำกระด้างไม่ได้หมายความว่าน้ำนั้น “สกปรก” หรือไม่สามารถใช้งานได้ แต่แร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำเหล่านี้เองที่มีส่วนทำให้เราเห็นคราบต่าง ๆ หลังจากใช้น้ำไปแล้วและนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว...“คราบน้ำ”▶ จากหยดน้ำธรรมดา...สู่คราบที่ติดอยู่บนพื้นผิวลองนึกภาพหยดน้ำที่เกาะอยู่บนก๊อกน้ำหรือกระจกกั้นอาบน้ำเมื่อเวลาผ่านไป น้ำระเหยออกไป แต่แร่ธาตุบางส่วนไม่ได้ระเหยตามไปด้วยแร่ธาตุจึงสามารถตกค้างและสะสมอยู่บนพื้นผิวในช่วงแรก เราอาจเห็นเป็นเพียงหยดน้ำ → รอยฝ้า → คราบขาวแต่เมื่อปล่อยให้เกิดการสะสมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน คราบแร่ธาตุเหล่านั้นก็อาจเกาะตัวแน่นขึ้นจนกลายเป็นสิ่งที่เราเรียกกันติดปากว่า“คราบหินปูน”ลองสังเกตได้ตามบริเวณที่สัมผัสกับน้ำเป็นประจำ เช่นก๊อกน้ำฝักบัวกระจกกั้นอาบน้ำอ่างล้างหน้ากระเบื้องบริเวณห้องน้ำยิ่งปล่อยให้คราบสะสมเป็นเวลานาน การทำความสะอาดก็อาจยิ่งต้องใช้ความพยายามมากขึ้น▶ แล้ว “คราบตะกรัน” ล่ะ ต่างจากคราบหินปูนอย่างไร?ถ้าน้ำที่มีแร่ธาตุถูกนำไปผ่านความร้อน เราอาจพบการสะสมของแร่ธาตุในรูปของ คราบตะกรัน (Scale) ได้ชัดเจนขึ้นตัวอย่างที่หลายคนน่าจะเคยเห็น ได้แก่กาต้มน้ำเครื่องชงกาแฟเครื่องทำน้ำร้อนเครื่องใช้ที่มีน้ำและความร้อนเข้ามาเกี่ยวข้องคราบอาจปรากฏเป็น เกล็ดหรือคราบสีขาว เกาะอยู่ภายในอุปกรณ์ดังนั้น แม้จะมีต้นกำเนิดเกี่ยวข้องกับแร่ธาตุในน้ำเหมือนกัน แต่ตำแหน่งและลักษณะของคราบที่พบอาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมและการใช้งาน▶ คราบน้ำไม่ได้อยู่เพียงลำพังเสมอไปเรื่องอาจซับซ้อนขึ้นอีกนิด เพราะบริเวณที่มีคราบน้ำมักเป็นพื้นที่ที่เราใช้งานอยู่ทุกวันโดยเฉพาะในห้องน้ำ คราบแร่ธาตุอาจพบร่วมกับคราบสบู่ + คราบไขมันจากร่างกาย + สิ่งสกปรกอื่น ๆเมื่อคราบหลายประเภทสะสมรวมกันเป็นเวลานาน เราจึงอาจพบทั้งคราบฝ้า คราบขาว คราบเหลือง หรือคราบที่เกาะแน่นอยู่บนพื้นผิวและนี่คือเหตุผลที่ว่า...คราบแต่ละประเภท ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีทำความสะอาดแบบเดียวกัน▶ ว่ากันตามกูรูฉบับดั้งเดิมเมื่อค้นหา “วิธีขจัดคราบ” เรามักเจอสารพัดสูตร DIY ตั้งแต่น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา ไปจนถึงสารทำความสะอาดที่มีฤทธิ์ค่อนข้างแรงเหตุผลก็เข้าใจได้ไม่ยากหาซื้อง่าย ราคาไม่สูง และบ้านไหน ๆ ก็เคยใช้กันแต่ก่อนจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือสารทำความสะอาดใด ๆ มีคำถามหนึ่งที่สำคัญกว่า“จริง ๆ แล้วเรากำลังพยายามกำจัดคราบอะไร?”เพราะน้ำยาที่แรงกว่า...ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกว่าเสมอไป▶ ไม่เคยมีหมอคนไหนให้ทำคีโม เพราะคุณเป็นไข้หวัดลองเปรียบบ้านแสนรักดั่งตัวเรา และเปรียบคราบน้ำเล็ก ๆ เหมือนอาการคัดจมูกการเลือกวิธีที่รุนแรงเกินความจำเป็นก็คงไม่ใช่คำตอบแรกในการรักษาหลักการเดียวกันสามารถนำมาใช้กับการทำความสะอาดได้เช่นกันการเริ่มต้นด้วยสารทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรงหรือเข้มข้นเกินความจำเป็น อาจไม่เหมาะกับวัสดุบางประเภท และอาจส่งผลต่อพื้นผิว เช่นยาแนวซิลิโคนพลาสติกบางชนิดโลหะบางประเภทพื้นผิวเคลือบต่าง ๆดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่การหา “น้ำยาที่แรงที่สุด”แต่คือการเลือก“ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคราบและพื้นผิวนั้น ๆ”และไม่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดใด ก็ควรอ่านวิธีใช้และข้อควรระวังบนฉลาก รวมถึงทดสอบบนพื้นที่เล็ก ๆ ก่อนใช้งานเมื่อมีคำแนะนำให้ทำเช่นนั้นแล้วเราจะหนี “คราบน้ำ” ไปไหนได้?เมื่อคราบน้ำเกิดขึ้นจากสิ่งธรรมดาที่เราใช้อยู่ทุกวันอย่าง “น้ำ” และสามารถพบได้แทบทุกที่บนโลก...การหนีคราบน้ำจึงคงไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ข่าวดีก็คือ เราไม่จำเป็นต้องหนีค่ะเพียงทำความเข้าใจว่า คราบเกิดจากอะไร และเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะกับคราบและพื้นผิว ก็สามารถช่วยให้การดูแลบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้นได้แต่ถ้าคิดว่าจะหนีคราบน้ำให้ไกลที่สุดจริง ๆ...ดาวพลูโตอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกก็เป็นได้ 🚀

สมัครสมาชิก

Icon Phone Icon Mail Icon Line
เพิ่มไปยังตะกร้า