9 เมษายน 2563
ก่อนออกจากบ้านในแต่ละวัน เรามักเช็กเรื่องง่าย ๆ อย่างปิดไฟ ปิดแอร์ ล็อกประตู หรือปิดหน้าต่างให้เรียบร้อย
แต่หากต้องออกจากบ้านเป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วง วันหยุดยาวหรือเดินทางไปต่างจังหวัด อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ ความปลอดภัยของบ้านและทรัพย์สินที่ทิ้งไว้
เพราะการป้องกันขโมยขึ้นบ้านไม่ควรพึ่งพาเพียงกุญแจหรือรั้วบ้าน แต่ควรคิดเป็นระบบ ตั้งแต่การป้องกันการบุกรุก การตรวจจับความผิดปกติ ไปจนถึงการปกป้องทรัพย์สินสำคัญหากมีผู้บุกรุกเข้ามาภายในบ้านได้สำเร็จ
ลองเช็ก 4 เรื่องนี้ก่อนออกจากบ้าน
ประตูและหน้าต่างเป็นจุดสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนออกจากบ้าน แต่สำหรับบ้านที่ต้องการเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย อาจพิจารณา ระบบสัญญาณกันขโมย (Burglar Alarm) หรือระบบตรวจจับการบุกรุกร่วมด้วย
ระบบที่พบได้ทั่วไปมีหลายรูปแบบ เช่น
Audible Alarm
เมื่อระบบตรวจพบความผิดปกติ จะส่งเสียงเตือนเพื่อดึงความสนใจและแจ้งให้ผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงทราบ
Monitored / Connected Alarm
นอกจากเสียงเตือนแล้ว ระบบบางประเภทยังสามารถส่งการแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์ แอปพลิเคชัน หรือระบบเฝ้าระวังที่เชื่อมต่อไว้
ระบบเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันการโจรกรรมได้ทุกกรณี แต่เป็นอีกหนึ่งชั้นของระบบรักษาความปลอดภัยที่ช่วยให้เจ้าของบ้านรับรู้ถึงเหตุผิดปกติได้เร็วขึ้น
ทรัพย์สินขนาดเล็กและสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย เช่น
ไม่ควรวางไว้ในตำแหน่งที่มองเห็นหรือหยิบออกไปได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อไม่มีใครอยู่บ้านเป็นเวลานาน
นอกจากมูลค่าของตัวอุปกรณ์แล้ว สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ยังอาจมี ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญ อยู่ภายในอีกด้วย
ดังนั้น ก่อนเดินทาง ควรเก็บทรัพย์สินเหล่านี้ให้เรียบร้อย และนำสิ่งของที่มีมูลค่าสูงหรือมีความสำคัญไปจัดเก็บในพื้นที่ที่มีระบบล็อกอย่างเหมาะสม
หากผู้บุกรุกสามารถเข้ามาภายในบ้านได้สำเร็จ การมีพื้นที่จัดเก็บทรัพย์สินที่มีระบบรักษาความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งสามารถช่วยเพิ่มอุปสรรคในการเข้าถึงสิ่งของสำคัญได้
ตู้เซฟ จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงรวบรวมทรัพย์สินไว้ในที่เดียว แต่ควรเลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงที่ต้องการป้องกันด้วย
หากให้ความสำคัญกับการป้องกันการโจรกรรม ควรพิจารณาคุณสมบัติ เช่น
อย่างไรก็ตาม ตู้เซฟแต่ละประเภทและแต่ละรุ่นมีระดับการป้องกันแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบคุณสมบัติและมาตรฐานของรุ่นที่สนใจก่อนเลือกซื้อ
เมื่อพูดถึงทรัพย์สิน เรามักนึกถึงเงินสดหรือเครื่องประดับ แต่ เอกสารสำคัญและข้อมูลส่วนบุคคล ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ตัวอย่างเช่น
เอกสารที่จำเป็นควรจัดเก็บไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนเอกสารที่ไม่จำเป็นต้องเก็บแล้วแต่มีข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ควรทิ้งลงถังขยะทั้งแผ่น แต่ควรทำลายข้อมูลก่อนทิ้ง
สำหรับเอกสารที่ต้องการเก็บไว้ในระยะยาว อาจพิจารณาตู้เซฟที่มีคุณสมบัติในการปกป้องเอกสารจากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น การโจรกรรม ไฟ หรือน้ำ ตามความต้องการของผู้ใช้งาน
แม้ตู้เซฟจะมีระบบล็อกที่แข็งแรง แต่หากสามารถเคลื่อนย้ายตู้ทั้งใบออกจากบ้านได้ง่าย ก็ยังมีความเสี่ยงที่ผู้บุกรุกจะนำตู้ไปพยายามเปิดในสถานที่อื่น
ตู้เซฟบางรุ่นจึงได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ Bolt-Down Hardware เพื่อยึดเข้ากับพื้นหรือโครงสร้างที่เหมาะสม
การติดตั้งตามคำแนะนำของผู้ผลิตช่วยเพิ่มอุปสรรคต่อการเคลื่อนย้ายตู้เซฟ และควรพิจารณาควบคู่ไปกับระบบล็อกของตัวตู้
การรักษาความปลอดภัยที่ดีไม่ควรฝากความหวังไว้กับอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว
ลองคิดเป็น หลายชั้นของการป้องกัน ตั้งแต่
รั้วและประตู → ระบบล็อก → ระบบตรวจจับและแจ้งเตือน → การจัดเก็บทรัพย์สิน → ตู้เซฟและการติดตั้ง
แต่ละชั้นมีหน้าที่แตกต่างกัน และเมื่อทำงานร่วมกันก็ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีกว่าการพึ่งพาเพียงกุญแจหน้าบ้าน
ดังนั้น ก่อนออกจากบ้านครั้งต่อไป โดยเฉพาะก่อนวันหยุดยาว ลองเพิ่มอีกหนึ่งรายการลงในเช็กลิสต์ว่า
“บ้านและทรัพย์สินสำคัญของเรา ได้รับการปกป้องครบทุกชั้นแล้วหรือยัง?”
เพราะก้าวสุดท้ายก่อนออกจากบ้าน อาจเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เราเดินทางได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น
ปกป้องเอกสารสำคัญและสิ่งของมีค่า พร้อมรูปลักษณ์ทันสมัย
฿19,900
฿26,900
-฿7,000
฿11,900
฿15,900
-฿4,000
ปกป้องเอกสาร สื่อดิจิทัล และของมีค่าจากไฟไหม้ น้ำท่วม และการโจรกรรม
฿34,900
฿46,900
-฿12,000
ปกป้องเอกสาร สื่อดิจิทัล และของมีค่าจากไฟไหม้ น้ำท่วม และการโจรกรรม
฿27,900
฿38,900
-฿11,000
เหมาะสำหรับเก็บของมีค่า แล็ปท็อป (มีช่องสำหรับสายชาร์จ) และอาวุธปืน
฿6,990
฿9,290
-฿2,300