รหัสโปรโมชั่น PistolSafe ซื้อเลย
รหัสโปรโมชั่น naradee ซื้อเลย

29 พฤศจิกายน 2567

ต่อให้ถูบ้านเป็นล้านครั้ง... แต่พื้นเหล่านั้น ก็ยังดูไม่สะอาด!!!

ต่อให้ถูบ้านเป็นล้านครั้ง... แต่พื้นเหล่านั้น ก็ยังดูไม่สะอาด!!!

ต่อให้ถูบ้านเป็นล้านครั้ง... ทำไมพื้นยังดูไม่สะอาด?

เพิ่งกวาด เพิ่งถู พื้นก็ดูสะอาดดี...

แต่พอลองเดินเท้าเปล่า กลับรู้สึก เหนอะ ๆ ฝืด ๆ หรือไม่สบายเท้า อย่างบอกไม่ถูก

หรือถ้าลองใช้ทิชชู่หรือผ้าสะอาดชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดลงบนพื้นที่เพิ่งถูเสร็จ กลับพบคราบดำและฝุ่นติดขึ้นมาเสียอย่างนั้น

จนอดสงสัยไม่ได้ว่า...

“นี่เราถูพื้นไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?”

ก่อนจะหยิบไม้กวาดและไม้ถูพื้นกลับมาทำทุกอย่างใหม่อีกรอบ ลองมาดูกันค่ะว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนครั้งที่เราถู แต่อยู่ที่วิธีการทำความสะอาดตั้งแต่แรก


▶ ทำไม “กวาดแล้วถู” พื้นถึงยังไม่สะอาด?

การทำความสะอาดพื้นบ้าน ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงแค่

กวาด → ถู → จบ

เพราะฝุ่น เส้นผม เศษผง และสิ่งสกปรกบางส่วนอาจยังคงตกค้างอยู่บนพื้น หรือสะสมตามร่องและลักษณะพื้นผิวของวัสดุ

โดยเฉพาะบริเวณที่มีการเดินผ่านเป็นประจำ สิ่งสกปรกอาจสะสมร่วมกับคราบต่าง ๆ จนการกวาดและถูแบบทั่วไปอาจจัดการได้ไม่หมดในครั้งเดียว

นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเตรียมพื้น ก่อนเริ่มถู มีความสำคัญไม่แพ้การเลือกน้ำยาถูพื้นเลยค่ะ


▶ ก่อนหยิบไม้ถูพื้น... ลองหยิบเครื่องดูดฝุ่นก่อน

ตามโรงพยาบาล โรงแรม หรืออาคารขนาดใหญ่ เราอาจเคยเห็นเครื่องทำความสะอาดพื้นขนาดใหญ่ที่สามารถทั้งขัดและดูดสิ่งสกปรกออกจากพื้นได้

แน่นอนว่าในบ้านเราอาจไม่จำเป็นต้องลงทุนถึงขนาดนั้น

แต่หลักการบางอย่างสามารถนำมาปรับใช้ได้

นั่นคือ “เอาฝุ่นออกให้มากที่สุด ก่อนเติมน้ำลงไป”

การใช้ เครื่องดูดฝุ่น ก่อนถูพื้นจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยเก็บฝุ่น เส้นผม และเศษผงต่าง ๆ ออกจากพื้นได้อย่างทั่วถึงมากกว่าการกวาดเพียงอย่างเดียวในหลายสถานการณ์

เพราะถ้ายังมีฝุ่นตกค้างอยู่ แล้วเราเริ่มถูพื้นทันที...

แทนที่จะกำจัดฝุ่นออกไป เราอาจกำลังทำให้

ฝุ่น + น้ำ + คราบสกปรก

กระจายตัวไปทั่วพื้นแทนก็ได้


▶ “สีของน้ำในถัง” บอกอะไรเราได้มากกว่าที่คิด

อีกหนึ่งเรื่องง่าย ๆ ที่หลายคนมองข้าม คือ

“น้ำในถังถูพื้น”

ลองสังเกตดูค่ะว่า หลังจากถูไปได้ระยะหนึ่ง น้ำที่เคยใสเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือดำหรือยัง?

ถ้าใช่...

ถึงเวลาเปลี่ยนน้ำแล้วค่ะ

เพราะการถูพื้นที่กว้างด้วยน้ำถังเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ อาจกลายเป็นการนำฝุ่นและสิ่งสกปรกที่เราถูออกจากจุดหนึ่ง...

ไปกระจายต่อยังอีกจุดหนึ่ง

แทนที่จะคิดว่า

“ถูสองรอบ = สะอาดกว่า”

บางครั้ง

“ถูให้ถูกตั้งแต่รอบแรก + เปลี่ยนน้ำเมื่อสกปรก”

อาจช่วยประหยัดทั้งแรง เวลา และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้มากกว่า


▶ แล้วน้ำยาถูพื้นล่ะ? ใช้อะไรก็เหมือนกันหรือเปล่า?

คำตอบคือ ไม่เหมือนกัน

บ้านสมัยใหม่หนึ่งหลังอาจมีพื้นมากกว่า 2–3 ประเภทอยู่ในบ้านเดียวกัน เช่น

  • กระเบื้องดินเผาบริเวณโรงรถ
  • กระเบื้องแกรนิตโต้ผิวเงาในห้องนั่งเล่น
  • หินอ่อนหรือหินธรรมชาติ
  • พื้นไม้ลามิเนต
  • พื้นไม้ปาร์เก้
  • พื้นไวนิลหรือกระเบื้องยาง

วัสดุเหล่านี้มีทั้ง โครงสร้างพื้นผิว การเคลือบผิว และคุณสมบัติในการดูแลรักษาที่แตกต่างกัน

ดังนั้น น้ำยาที่เหมาะกับกระเบื้องชนิดหนึ่ง อาจไม่ได้เหมาะกับหินธรรมชาติหรือพื้นไม้เสมอไป

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “เลือกน้ำยาถูพื้น”

แต่คือ

“เลือกน้ำยาถูพื้นให้ตรงกับชนิดของพื้น”


เลือก HG ให้เหมาะกับพื้นแต่ละประเภท

HG พัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลพื้นแยกตามประเภทของวัสดุ เพื่อให้การทำความสะอาดและดูแลพื้นเหมาะกับคุณสมบัติของพื้นแต่ละชนิด

✨ พื้นกระเบื้องและหินธรรมชาติที่ต้องการเพิ่มความเงา

HG tile cleaner shine restorer

ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาด พร้อมช่วยเพิ่มความเงาโทนซาติน เหมาะสำหรับพื้นกระเบื้องและหินธรรมชาติที่เหมาะสม รวมถึงพื้นที่ได้รับการดูแลด้วยผลิตภัณฑ์เคลือบผิวตามคำแนะนำ

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการทั้งทำความสะอาดและช่วยดูแลความเงาของพื้นในขั้นตอนเดียว


✨ พื้นกระเบื้องผิวมันที่ไม่อยากให้มีรอยหลังถู

HG tile cleaner streak free

สำหรับการทำความสะอาด กระเบื้องผิวมันและพื้นผิวขัดเงา โดยออกแบบมาเพื่อช่วยทำความสะอาดโดยไม่ทิ้งรอยคราบบนพื้น

เหมาะกับพื้น เช่น

  • กระเบื้องพอร์ซเลนผิวขัดมัน
  • กระเบื้องเซรามิกชนิดเคลือบ
  • หินแกรนิตผิวขัดมัน
  • หินธรรมชาติผิวขัดมันบางประเภทที่เหมาะสม

ข้อควรระวัง: ไม่เหมาะกับหินอ่อน หินปูน หินขัด และหินธรรมชาติที่มีแร่แคลไซต์เป็นส่วนประกอบ


🪨 พื้นหินอ่อนและหินธรรมชาติ

HG natural stone cleaner streak free

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับพื้นหินธรรมชาติ เช่น

  • หินอ่อน
  • หินไลม์สโตน
  • หินทราเวอร์ทีน
  • หินขัด
  • หินแกรนิต

สูตรได้รับการออกแบบสำหรับการดูแลพื้นหินธรรมชาติ โดยไม่ใช้กรดหรือด่างที่ไม่เหมาะกับพื้นผิวประเภทนี้

เหมาะสำหรับ: การดูแลพื้นหินธรรมชาติเป็นประจำ โดยเฉพาะพื้นผิวที่ต้องการการดูแลอย่างเหมาะสม


✨ อยากทำความสะอาดหินธรรมชาติพร้อมดูแลความเงา

HG natural stone cleaner shine restorer

สำหรับทำความสะอาดและช่วยดูแลความเงาของพื้นหินธรรมชาติ เช่น หินอ่อน หินแกรนิต หินปูน หินทราเวอร์ทีน และหินขัด

เหมาะกับพื้นที่ผ่านการเคลือบหรือดูแลพื้นผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม


🪵 พื้นไม้ลามิเนต

HG laminate cleaner shine restorer

สำหรับทำความสะอาดพื้นไม้ลามิเนต พร้อมช่วยดูแลความเงาของพื้น เหมาะสำหรับการทำความสะอาดเป็นประจำ

สิ่งสำคัญสำหรับพื้นลามิเนตคือ อย่าใช้ผ้าหรือไม้ถูพื้นที่เปียกชุ่มเกินไป

ควรใช้เพียงผ้าหมาด ๆ ตามคำแนะนำ เพื่อหลีกเลี่ยงความชื้นส่วนเกินบนพื้น


🪵 พื้นไม้ปาร์เก้เคลือบผิว

HG parquet cleaner shine restorer

สำหรับพื้นไม้ปาร์เก้หรือพื้นไม้ที่ผ่านการเคลือบด้วย วานิช โพลียูรีเทน หรือแลคเกอร์ ช่วยทำความสะอาดพร้อมดูแลความเงาและความสวยงามของพื้น

ข้อควรระวัง: ไม่เหมาะกับพื้นไม้ที่ไม่ได้เคลือบผิว พื้นไม้อัด หรือพื้นไม้ลามิเนต


✨ พื้นไวนิลและกระเบื้องยาง

HG vinyl cleaner shine restorer

สำหรับทำความสะอาดพื้นไวนิลและกระเบื้องยาง พร้อมช่วยดูแลความเงาของพื้น เหมาะสำหรับการทำความสะอาดเป็นประจำ


▶ พื้นสะอาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “ถูกี่ครั้ง”

ท้ายที่สุด หากถูพื้นแล้วรู้สึกว่ายังไม่สะอาด...

คำตอบอาจไม่ใช่การหยิบไม้ถูพื้นขึ้นมาแล้ว “ถูอีกรอบ”

แต่อาจต้องย้อนกลับไปดูตั้งแต่ต้นว่า

เรากำจัดฝุ่นก่อนถูดีพอหรือยัง?
น้ำในถังสกปรกจนควรเปลี่ยนหรือยัง?
ผ้าหรือไม้ถูพื้นสะอาดหรือไม่?
ผสมน้ำยาตามอัตราส่วนที่แนะนำหรือเปล่า?
และที่สำคัญ... เราใช้น้ำยาถูกประเภทกับพื้นของเราหรือยัง?

เพราะพื้นแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน

การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และทำความสะอาดตามวิธีที่ถูกต้อง จึงช่วยให้เราไม่จำเป็นต้อง...

“ถูบ้านเป็นล้านครั้ง”

เพื่อให้ได้พื้นบ้านที่ดูและรู้สึกสะอาดอย่างที่ต้องการ

เอชจี ไชน์ คลีนเนอร์ (#17)
เอชจี ไชน์ คลีนเนอร์ (#17)

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นกระเบื้องสูตรเข้มข้น กลิ่นหอมสดชื่น ทำความสะอาดและคืนความเงางามให้พื้นกระเบื้องได้ง่ายดายในทุก ๆ วัน

฿520

ซื้อสินค้า
เอชจี เนเชอรัล สโตน ไชน์ คลีนเนอร์ (วอชแอนด์ไชน์) (#37)
เอชจี เนเชอรัล สโตน ไชน์ คลีนเนอร์ (วอชแอนด์ไชน์) (#37)

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นสูตรเข้มข้น กลิ่นหอมสดชื่น สำหรับทำความสะอาดหินอ่อนและหินธรรมชาติที่มีส่วนประกอบของแคลเซียมทุกประเภทเป็นประจำ

฿625

ซื้อสินค้า
เอชจี ลามิเนต กลอส คลีนเนอร์ (#73)
เอชจี ลามิเนต กลอส คลีนเนอร์ (#73)

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นสูตรเข้มข้น กลิ่นหอมสดชื่น เหมาะสำหรับพื้นลามิเนตทุกประเภท

฿445

ซื้อสินค้า
เอชจี ปาร์เก้ กลอส คลีนเนอร์ (#53)
เอชจี ปาร์เก้ กลอส คลีนเนอร์ (#53)

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นสูตรเข้มข้น กลิ่นหอมสดชื่น เหมาะสำหรับพื้นไม้ปาร์เก้เคลือบเงา

฿485

ซื้อสินค้า

อ่านต่อ

พื้นปูนขัดมัน ความสวยเท่ที่ลงตัวทุกยุคสมัย

4 มีนาคม 2569

พื้นปูนขัดมัน ความสวยเท่ที่ลงตัวทุกยุคสมัย
ปัจจุบันงานตกแต่งสไตล์ลอฟท์ (Loft) และอินดัสเทรียล (Industrial) เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อการก่อสร้างในไทย หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ช่วยชูโรงให้การตกแต่งสไตล์นี้โดดเด่นขึ้นมาก็คือ พื้นปูนขัดมัน ซึ่งเป็นเทคนิคการทำพื้นผิวที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากจะเนรมิตพื้นบ้านให้มีความเงางามด้วยเทคนิคนี้ naradeeSTORE อยากชวนมาทำความเข้าใจถึงข้อดี ขั้นตอน และการดูแลรักษา เพื่อให้ได้พื้นสวยที่อยู่คู่บ้านไปอีกนานแสนนาน Key Takeaways พื้นปูนขัดมันคือการตกแต่งผิวคอนกรีตให้เรียบเนียนเป็นมันวาวโดยไม่ต้องใช้วัสดุปิดผิวอื่น ให้ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์ลอฟท์พื้นปูนขัดมันมีความทนทานสูง ดูแลรักษาง่ายด้วยความที่เป็นพื้นไร้รอยต่อ และช่วยให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นสบายขึ้นในราคาที่ย่อมเยาแม้จะสวยงามแต่พื้นปูนขัดมันอาจเกิดรอยแตกลายงาตามธรรมชาติของคอนกรีต และมีความลื่นสูงเมื่อพื้นเปียกน้ำ จึงต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง สารบัญบทความพื้นปูนขัดมัน คืออะไร แตกต่างจากพื้นปูนอื่นอย่างไรคุณสมบัติเด่นของพื้นปูนขัดมันที่ตอบโจทย์คนรักบ้านวิธีการขัดมันพื้นปูนทำได้อย่างไรบ้าง ? ขั้นตอนที่จำเป็นต้องรู้การดูแลรักษาพื้นปูนขัดมันอย่างถูกวิธีคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นปูนขัดมันพื้นปูนขัดมัน ความงามที่มีเอกลักษณ์ และใช้งานได้ยาวนาน พื้นปูนขัดมัน คืออะไร แตกต่างจากพื้นปูนอื่นอย่างไรพื้นปูนขัดมัน มีการใช้กระบวนการในการตกแต่งผิวหน้าคอนกรีตในขณะที่ปูนยังไม่แห้งสนิท หรือการใช้น้ำยาเคมีร่วมกับเครื่องขัดพิเศษ เพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่เรียบเนียน เป็นมันวาว และทนต่อรอยขีดข่วน ทั้งนี้ พื้นคอนกรีตขัดมันยังคงสีเดิมของปูนซีเมนต์ แต่เกิดลวดลายและเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละพื้นที่ โดยไม่ต้องปูทับหน้าด้วยวัสดุอื่น ๆ เช่น กระเบื้อง หรือไม้ปาร์เกต์ ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างพื้นปูนขัดมันกับพื้นปูนขัดหยาบ คือเรื่องของผิวสัมผัสและการใช้งาน พื้นขัดหยาบจะมีความสาก จึงมีคุณสมบัติป้องกันการลื่นได้ดี ในขณะที่พื้นขัดมันจะเน้นความเรียบ เงางาม และทำความสะอาดง่ายกว่า คุณสมบัติเด่นของพื้นปูนขัดมันที่ตอบโจทย์คนรักบ้านการเลือกใช้วัสดุปูพื้นย่อมต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ใช้สอย ซึ่งพื้นปูนขัดมันมีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ ดังนี้ความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ ลวดลายของปูนที่เกิดจากการฉาบและขัด เป็นศิลปะที่ไม่มีรูปแบบตายตัว ให้ความรู้สึกเท่ ทันสมัย และเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ได้หลายสไตล์ ความทนทานสูง ผิวหน้าของปูนขัดมันพื้นมีความแข็งแรงสูง ทนต่อรอยขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดี หากมีการเคลือบผิวอย่างถูกต้องจะมีอายุการใช้งานยาวนานหลายสิบปีดูแลรักษาง่าย ด้วยความที่พื้นปูนขัดมันมีความเรียบเนียน ไร้รอยต่อหรือร่องยาแนว ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาดช่วยให้บ้านเย็น คอนกรีตมีคุณสมบัติในการกักเก็บความเย็น ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ดี และเหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเทียบกับวัสดุปูพื้นชนิดอื่น ๆ ราคาพื้นปูนขัดมันต่อตารางเมตรมักจะย่อมเยากว่า เพราะไม่ต้องเสียค่าวัสดุปิดผิวเพิ่มเติม  วิธีการขัดมันพื้นปูนทำได้อย่างไรบ้าง ? ขั้นตอนที่จำเป็นต้องรู้การทำพื้นปูนขัดมันให้สวยงามดั่งใจ ต้องอาศัยความชำนาญและรู้จักขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหารอยแตกร้าวในภายหลัง โดยขั้นตอนมาตรฐานของการขัดมันพื้นปูน มีดังนี้ 1. เตรียมพื้นผิวการเตรียมพื้นผิวเป็นขั้นตอนแรกที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยอาจมีการปรับระดับดินและทรายให้แน่น วางตะแกรงเหล็กเพื่อเสริมความแข็งแรง แต่หากเป็นงานรีโนเวทจะต้องทำการลอกสีพื้นเดิม หรือวัสดุปูพื้นเก่าออกให้หมด ซ่อมแซมรอยแตกร้าว และทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่นและคราบน้ำมันเสียก่อน  2. เทปูนสำหรับขัดมันเมื่อเตรียมหน้างานเรียบร้อย ช่างจะทำการเทพื้นปูนขัดมัน โดยใช้คอนกรีตผสมเสร็จ หรือปูนมอร์ตาร์ที่มีกำลังอัดเหมาะสม เทลงไปในระดับที่กำหนดแล้วทำการปาดหน้าปูนให้เรียบเสมอกัน ขั้นตอนนี้ต้องทำอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดรอยต่อของปูนที่อาจเกิดขึ้นหากปูนแห้งไม่พร้อมกัน 3. การขัดหยาบและปรับผิวหลังจากเทปูนและทิ้งไว้ให้พอหมาด ช่างจะเริ่มทำการขัดพื้นปูนในรอบแรก ซึ่งอาจใช้เครื่องขัดแมลงปอหรือเกรียงไม้เพื่อขัดหยาบ และปรับระดับผิวหน้าให้เรียบเนียนเสมอกัน  4. เก็บรายละเอียดพื้น เมื่อปูนเริ่มอยู่ตัว จะเข้าสู่ขั้นตอนการขัดมันพื้นปูนเพื่อสร้างความเงางาม โดยช่างจะใช้ผงปูนซีเมนต์โรยบนผิวหน้าและพรมน้ำเล็กน้อย ก่อนจะใช้เกรียงเหล็กขัดวนไปเรื่อย ๆ จนเกิดความมันวาว ขั้นตอนทำพื้นปูนขัดนี้ต้องอาศัยทักษะของช่างที่มีประสบการณ์สูง นอกจากนี้ อาจมีการใช้เครื่องขัดความเร็วสูงในกรณีที่เป็นงานก่อสร้างในพื้นที่ขนาดใหญ่ 5. เคลือบน้ำยาป้องกันผิววิธีขัดมันพื้นปูนจะสมบูรณ์แบบเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนสุดท้าย นั่นคือการลงน้ำยาเคลือบเงาเพื่อป้องกันการดูดซึมของน้ำและสิ่งสกปรก ซึ่งจะช่วยให้พื้นปูนขัดมันดูเงางามยิ่งขึ้น และทำความสะอาดได้ง่าย  การดูแลรักษาพื้นปูนขัดมันอย่างถูกวิธีถึงแม้พื้นปูนขัดมันจะมีความแข็งแรงทนทาน แต่หากขาดการดูแลรักษาที่ถูกวิธี ความเงางามก็อาจลดลงได้ วิธีดูแลง่าย ๆ ทำได้ดังนี้กำจัดฝุ่นเป็นประจำ การกำจัดฝุ่นด้วยไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่น ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนจนทำให้พื้นผิวเป็นรอยได้ หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือกัดกร่อนสูง มาราดลงบนพื้นปูนขัดมันเด็ดขาด เพราะกรดจะกัดผิวหน้าปูนให้ด่างและหยาบกร้าน หลีกเลี่ยงการขัดแรง ๆ หากเกิดคราบฝังแน่น ไม่ควรใช้แปรงลวดขัดแรง ๆ แต่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับพื้นปูนขัดมันโดยเฉพาะ ระวังความชื้นสะสม แม้พื้นปูนขัดมันจะเคลือบผิวแล้ว แต่หากมีน้ำขังเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดคราบด่างได้เช่นกัน ดังนั้น หากมีน้ำหกควรรีบเช็ดให้แห้ง รวมถึงระวังเรื่องท่อตันที่อาจทำให้น้ำเอ่อล้นออกมาโดนพื้นด้วยการลงแว็กซ์ ควรลงน้ำยาเคลือบเงาซ้ำทุก ๆ 1-2 ปี เพื่อรักษาความเงางาม และเป็นเกราะป้องกันผิวหน้าจากการใช้งานหนัก หรือคราบสกปรกต่าง ๆ ติดตามสาระดี ๆ ที่ควรรู้เกี่ยวกับวิธีขจัดคราบฝังลึกกระเบื้อง เพื่อทำให้บ้านสะอาดยิ่งขึ้นกว่าเดิม คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นปูนขัดมันพื้นปูนขัดมันเหมาะกับงานแบบไหน?พื้นปูนขัดมัน เหมาะกับบ้าน ร้านกาแฟ หรือออฟฟิศที่ตกแต่งสไตล์ลอฟท์ อินดัสเทรียล หรือสไตล์มินิมอลที่ต้องการความทันสมัย และดูแลรักษาง่าย  ข้อเสียของพื้นปูนขัดมันมีอะไรบ้าง?ข้อเสียของพื้นปูนขัดมัน คือเกิดรอยแตกลายงาได้ง่ายเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นธรรมชาติของปูนซีเมนต์ และพื้นอาจมีความลื่นเมื่อเปียกน้ำ นอกจากนี้หากช่างไม่มีความชำนาญในการขัดมันพื้นปูนเก่า อาจทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอได้  พื้นปูนขัดมัน ความงามที่มีเอกลักษณ์ และใช้งานได้ยาวนานพื้นปูนขัดมัน ถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่หลงใหลในความงามแบบดิบเท่ แม้จะต้องอาศัยความเข้าใจในการดูแลรักษาบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความสวยงามที่มีเอกลักษณ์ และใช้งานได้ยาวนาน หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น แบรนด์ HG เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ naradeeSTORE ขอแนะนำ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากประเทศเนเธอร์แลนด์คุณภาพสูง ทั้ง เอชจี เนเชอรัล สโตน ไชน์ คลีนเนอร์ ตัวช่วยทำความสะอาดพื้นให้กลับมาเงางาม หรือ เอชจี ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบปูนยาแนวสำหรับหินธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เพื่อให้คุณใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างอุ่นใจในทุก ๆ ช่วงเวลาติดต่อสอบถาม/ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมFacebook : https://www.facebook.com/naradee.STORELine : @naradeeTel : 080-804-5445 (ทุกวัน เวลา 11.00 น. - 19.00 น.)
วิธีถูพื้นไม้ให้เงา ขจัดคราบฝังแน่น คืนความสวยงามให้กับพื้นไม้

11 กันยายน 2568

วิธีถูพื้นไม้ให้เงา ขจัดคราบฝังแน่น คืนความสวยงามให้กับพื้นไม้
พื้นไม้ ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของบ้านที่ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป พื้นไม้มักเจอปัญหาคราบสกปรกฝังแน่น ฝุ่น หรือรอยด่างดำที่ทำให้ความสวยงามลดลง หลายคนอาจสงสัยว่ามีวิธีถูพื้นไม้ให้เงาอย่างไรบ้างที่จะช่วยคืนความสวยงามเหมือนใหม่ให้กับพื้นไม้ บทความนี้มีวิธีทําความสะอาดพื้นไม้เก่า ๆ ให้กลับมาสวยใสและเงางามดังเดิม เป็นการดูแลรักษาพื้นไม้ให้อยู่กับบ้านไปนาน ๆ พร้อมกับสร้างบรรยากาศที่ดี และความสบายตาในทุก ๆ ครั้งที่ก้าวเดิน สารบัญบทความปัญหาคราบบนพื้นไม้เกิดจากอะไร?แนะนำวิธีถูพื้นไม้ให้เงางาม กลับมาสวยใสเหมือนใหม่อีกครั้งเคล็ดลับทำให้พื้นไม้เงางาม สวยสะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอดูแลไม้และเฟอร์นิเจอร์ให้เงางามด้วยผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะเลือกวิธีถูพื้นไม้ให้เงาอย่างเหมาะสม เสริมด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาพื้นไม้ที่มีคุณภาพ ปัญหาคราบบนพื้นไม้เกิดจากอะไร?แม้พื้นไม้จะให้ความรู้สึกอบอุ่นและสวยงาม แต่ก็เป็นวัสดุที่บอบบางและสกปรกง่าย หลายครั้งที่คราบสกปรกหรือรอยฝังแน่นไม่สามารถเช็ดออกได้ด้วยการทำความสะอาดทั่วไป ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การทำของเหลวหกใส่แล้วไม่ได้รีบเช็ดออกทันที ความชื้นสะสมจากอากาศ การถูพื้นด้วยผ้าที่เปียกเกินไป การขัดพื้นไม้ด้วยแปรงแข็ง ๆ รวมถึงฝุ่นผงและเศษสิ่งสกปรกที่สะสมจนกลายเป็นคราบฝังแน่นนอกจากนี้คราบสกปรกบนพื้นไม้ยังมีสาเหตุมาจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น คราบน้ำมันจากอาหาร คราบรองเท้าที่เหยียบย่ำบ่อย ๆ คราบจากสัตว์เลี้ยง คราบด่างจากสารเคมี การทำความสะอาดที่ผิดวิธี ไปจนถึงแสงแดดที่ส่องมาโดนพื้นไม้ เมื่อใช้ไปนาน ๆ พื้นไม้จึงมีโอกาสสูญเสียความเงางาม มีคราบหม่นหรือรอยด่างที่แก้ไขได้ยาก ดังนั้นการเข้าใจสาเหตุของคราบบนพื้นไม้จึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนจะเลือกวิธีถูพื้นไม้ให้เงาและหาวิธีการดูแลรักษาไม้อย่างเหมาะสม เพื่อคืนความสวยงามให้กลับมาเหมือนเดิม แนะนำวิธีถูพื้นไม้ให้เงางาม กลับมาสวยใสเหมือนใหม่อีกครั้งการถูพื้นไม้ให้เงาไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมีเสมอไป เพราะสามารถนำวัตถุดิบใกล้ตัวในบ้านมาประยุกต์ใช้แทนได้ ลองมาดูวิธีขัดพื้นไม้ให้เงาง่าย ๆ ด้วยของใช้ในครัวกันว่ามีอะไรบ้าง 1. ใช้มันมะกอกกับน้ำส้มสายชูผสมน้ำมันมะกอก 3 ส่วน กับน้ำส้มสายชู 1 ส่วน คนให้เข้ากัน จากนั้นนำผ้าสะอาดชุบน้ำยาที่ได้ไปขัดถูบนพื้นไม้ ส่วนผสมนี้จะช่วยสลายคราบหมองบนพื้นไม้ได้ น้ำมันมะกอกยังทำหน้าที่เคลือบพื้นไม้ ทำให้ดูเงางามขึ้นทันตา เป็นหนึ่งในวิธีขัดไม้ให้เงาที่ปลอดภัย ต้นทุนไม่แพง และได้ผลดี 2. ใช้น้ำมันมะกอกกับมะนาวน้ำมันมะกอกเมื่อผสมกับน้ำมะนาวคั้นสด จะได้ส่วนผสมที่ช่วยลบคราบฝังแน่น เพราะน้ำมะนาวมีความเป็นกรดสูง สามารถกำจัดคราบฝังแน่นได้เป็นอย่างดี และช่วยเพิ่มความเงางามให้กับพื้นไม้ได้ นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ อีกด้วย เป็นทั้งวิธีขัดพื้นไม้ให้เงา และสร้างบรรยากาศที่สดชื่นไปพร้อมกัน 3. ขจัดคราบไขมันด้วยเกลือทันทีที่พื้นไม้มีคราบมันจากการประกอบอาหาร หรือคราบมันจากเหงื่อไคล ให้โรยเกลือลงบนคราบพอประมาณ ทิ้งไว้สักครู่แล้วใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดออก เกลือจะช่วยดูดซับไขมัน ช่วยถูพื้นให้เงาได้ง่ายขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้คราบนั้นกลายเป็นรอยหมองฝังแน่นบนพื้นไม้ 4. ใช้น้ำอุ่นผสมเบกกิ้งโซดาผสมผงเบกกิ้งโซดากับน้ำอุ่นในอัตราส่วน 1:1 จะได้น้ำเบกกิ้งโซดาเข้มข้น จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำยาแล้วบิดให้หมาด นำมาเช็ดถูหรือขัดที่บริเวณคราบสกปรกบนพื้นไม้ วิธีนี้จะช่วยขจัดคราบสกปรกได้อย่างอ่อนโยน ไม่ทำลายเนื้อไม้ ทั้งยังช่วยคืนความเงางามให้กับพื้นไม้ เป็นวิธีถูพื้นไม้ให้เงาที่ปลอดภัย และใช้ต้นทุนไม่สูง 5. ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำสะอาดหลังจากทำความสะอาดด้วยส่วนผสมสูตรต่าง ๆ แล้ว ควรปิดท้ายด้วยการใช้ผ้าขนหนูสะอาดชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดซ้ำอีกครั้ง เพื่อขจัดคราบสารตกค้าง และป้องกันความเหนียวที่อาจเกิดขึ้น เทคนิคเล็ก ๆ นี้จะช่วยให้พื้นไม้ดูสะอาดเงางามยิ่งขึ้น เคล็ดลับทำให้พื้นไม้เงางาม สวยสะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอการดูแลพื้นไม้ให้สะอาดและเงางามไม่ใช่เรื่องยาก หากใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะช่วยให้พื้นไม้คงความสวยสะอาดเหมือนใหม่ได้ตลอดเวลา นอกจากการเลือกใช้วิธีถูพื้นไม้ให้เงาที่เหมาะสมแล้ว ยังมีเคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยป้องกันไม่ให้พื้นหม่นหมองหรือเกิดคราบสะสมได้ง่าย ดังนี้เช็ดคราบสกปรกหรือของเหลวที่หกลงบนพื้นทันที เพื่อป้องกันไม่ให้คราบซึมลึกใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาด ๆ แทนการใช้ผ้าที่เปียกชุ่มในการเช็ดคราบสกปรก เพราะความชื้นที่มากเกินไปอาจทำให้ไม้บวม หรือไม้ขึ้นราได้ ปัดกวาดหรือดูดฝุ่นเป็นประจำ เพื่อไม่ให้ฝุ่นผงสะสมจนกลายเป็นคราบหมองเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่อ่อนโยน เหมาะสำหรับพื้นไม้โดยเฉพาะใช้พรมหรือแผ่นรองในบริเวณที่มีการเดินผ่านบ่อย เพื่อลดการเสียดสี และลดรอยขีดข่วนบนพื้นไม้ขัดพื้นไม้ให้เงาด้วยการใช้น้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันมะพร้าว ซึ่งน้ำมันเหล่านี้จะช่วยให้ไม้เงางาม และมีความชุ่มชื้น ดูแลไม้และเฟอร์นิเจอร์ให้เงางามด้วยผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะนอกจากการดูแลพื้นไม้ให้สวยเงางามแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ควรดูแลไปพร้อม ๆ กันคือ เฟอร์นิเจอร์ไม้ภายในบ้าน คุณสามารถดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ไม้ด้วย กิลลี่ส์ บีแว็กซ์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเฟอร์นิเจอร์ไม้โดยเฉพาะ มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูและให้ความชุ่มชื้นกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ป้องกันผิวไม้จากความแห้งและเพิ่มความสวยงามของลายไม้ตามธรรมชาติ ผลิตจากธรรมชาติ 100% สามารถใช้ได้กับเฟอร์นิเจอร์ไม้ทุกชนิด และยังใช้บนพื้นผิวที่สัมผัสกับอาหารได้โดยไม่เป็นอันตราย ผลิตภัณฑ์ กิลลี่ส์ บีแว็กซ์ อุดมไปด้วยขี้ผึ้งบริสุทธิ์ ใช้ได้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้ขัดเงาและเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ยังไม่ได้เคลือบ ใช้งานได้กับไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็งทุกชนิด วิธีใช้ง่าย ๆ เพียงใช้ผ้าสะอาดหรือแปรงทาผลิตภัณฑ์ให้ทั่วพื้นผิวไม้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นใช้ผ้าหรือถุงมือเช็ดขัดเป็นวงกลมจนเงางามกิลลี่ส์ บีแว็กซ์ จะช่วยฟื้นฟูและช่วยบำรุงไม้ให้ชุ่มชื้น พร้อมกับเคลือบป้องกันไม่ให้ผิวไม้แห้งกรอบ เพิ่มความเงางามของลายไม้ นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอม ปลอดภัยต่ออาหาร ทำให้ไม้คงความเงางามและสวยเหมือนใหม่ได้ยาวนาน เลือกวิธีถูพื้นไม้ให้เงาอย่างเหมาะสม เสริมด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาพื้นไม้ที่มีคุณภาพการดูแลพื้นไม้ให้เงางามและสวยเหมือนใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก หากรู้จักเลือกใช้วิธีถูพื้นไม้ให้เงาอย่างเหมาะสม ร่วมกับการบำรุงรักษาและเคลือบเงาพื้นไม้ด้วยผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น กิลลี่ส์ บีแว็กซ์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันไม้แห้งกรอบ และคืนความเงางามตามธรรมชาติให้กับพื้นไม้ ท่านใดที่สนใจ สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ กิลลี่ส์ บีแว็กซ์ ได้ที่ naradeeSTORE อีกหนึ่งตัวช่วยดี ๆ ที่จะคืนความสวยใสและเงางามให้กับเฟอร์นิเจอร์ไม้ตัวโปรดของคุณสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่Facebook : https://www.facebook.com/naradee.STORELine : @naradeeTel : 080-804-5445 (ทุกวัน เวลา 11.00 น. - 19.00 น.)
“น้ำยาถูพื้นที่ใช่” จะไม่ทําลายชั้นเคลือบผิว!!!

9 มีนาคม 2566

“น้ำยาถูพื้นที่ใช่” จะไม่ทําลายชั้นเคลือบผิว!!!
“น้ำยาถูพื้นที่ใช่” จะไม่ทําลายชั้นเคลือบผิว!!!  เพราะนอกจาก “ชั้นเคลือบผิว ” (Coating Layer) จะเป็นดั่งปราการชั้นสำคัญของพื้นวัสดุซึ่งช่วยป้องกันสิ่งสกปรก, การสะสมของคราบ และรอยขีดข่วนต่างๆ จากการสัญจรด้วยในเวลาเดียวกัน แล้วยังช่วยลดโอกาสการสร้างความเสียหายต่อชั้นโครงสร้าง เช่น คราบฝุ่นฝังแน่น ความหมองคล้ำ หรือเกิดรอยร้าวผุพังต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และเพราะ ชั้นเคลือบพื้นผิวได้รับการออกแบบ และมีองค์ประกอบตามลักษณะโครงสร้างของพื้นชนิดนั้นๆ ที่แตกต่างกันนี้เอง จึงทำให้การเลือกใช้ “น้ำยาถูพื้น ” สำหรับวัสดุชนิดนั้นๆ เพื่อตอบโจทย์การทำความสะอาด และไม่ทำลายชั้นเคลือบผิวอย่างมีประสิทธิภาพย่อมเป็นปัจจัยสำคัญของการดูแลพื้นบ้านให้สวยใส และสะอาดตาได้อย่างยั่งยืนนั่นเอง HG ใช้แล้ว ใช่เลย

Available Now!!!
HG Floor Cleaning Product @ Tops, Lotus, Villa Market 1. HG ลามิเนต วอชแอนด์ไชน์ สำหรับพื้นลามิเนต 2. HG ปาร์เก้ วอชแอนด์ไชน์ สำหรับพื้นไม้ปาร์เก้ 3. HG มาร์เบิล วอชแอนด์ไชน์ สำหรับพื้นหินอ่อน และหินแกรนิต 4. HG สตรีคฟรี สำหรับพื้นกระเบื้องผิวเงา “HG ลามิเนต วอชแอนด์ไชน์” สำหรับพื้นลามิเนต  ทำความสะอาดพื้นไม้ลามิเนตและพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ประจำสัปดาห์ สูตรเข้มข้น กลิ่นหอมสดชื่น และให้ความเงา ช่วยให้พื้นไม้ลามิเนตดูสวยเหมือนใหม่ ใช้ได้กับพื้นไม้ลามิเนตทุกชนิด ผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ วิธีใช้ ผสมผลิตภัณฑ์กับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 ต่อ 100 หรือ 1 ต่อ 50 ถ้ำพื้นสกปรกมาก 2. ใช้ผ้าหรือม็อบถูพื้นชุบผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้ให้เปียกพอหมาด ๆ (อย่าให้พื้นเปียกชุ่มมาก เพราะอาจทำให้พื้นบวมได้) 3. ถูพื้นในบริเวณที่ต้องการ ปล่อยไว้ให้แห้งเองโดยไม่ต้องใช้น้ำล้างออก 

*ข้อควรระวัง* ระวังอย่าให้น้ำยากระเด็นเข้าตา และสัมผัสผิวหนังอย่าถูพื้นจนเปียกชุ่ม เพราะน้ำจะซึมลงที่รอยต่อทำให้ไม้ลามิเนตบวม 

วิธีเก็บรักษา ปิดฝาให้สนิท เก็บ ไว้ในที่แห้งและมิดชิด ห่างจากเด็ก อาหาร สัตว์เลี้ยง เปลวไฟ ความร้อน “HG ปาร์เก้ วอชแอนด์ไชน์” สำหรับพื้นไม้ปาร์เก้ ทำความสะอาดประจำวัน และให้ความเงาในคราวเดียว สูตรเข้มข้น มีกลิ่น หอมสดชื่น ใช้สำหรับพื้นไม้ปาร์เก้ที่เคลือบผิวด้วยโพลียูรีเทน, วานิช, แลคเกอร์ ทำให้พื้นไม้เงาสวยเหมือนใหม่อยู่เสมอ ผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 

วิธีใช้ ผสมผลิตภัณฑ์กับน้ำสะอาด ในอัตราส่วน 1 ต่อ 100 (50 มล. ต่อน้ำ 5 ลิตร) หรือผสมน้ำในปริมาณน้อยลงในกรณีที่พื้นสกปรกมาก ใช้ผ้าหรือ ไม้ถูพื้นทำความสะอาดในบริเวณที่ต้องการ ปล่อยทิ้งไว้ให้พื้นแห้งเอง 

*ข้อควรระวัง*ระวังอย่าให้น้ำยากระเด็นเข้าตาห้ามใช้กับพื้นไม้อัด ,พื้นไม้ลามิเนต, คลิกปาร์เก้, พื้นไม้จรงิที่ไม่ได้เคลือบผิวด้วยแล็คเกอร์, วานิช, โพลียูริเทน ให้ใช้เอชจี ลามิเนต วอชแอนด์ไชน์แทน 

วิธีเก็บรักษา
• ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในที่แห้งและมิดชิด ห่างจากเด็ก อาหาร สัตว์เลี้ยง เปลวไฟ ความร้อน “HG มาร์เบิล วอชแอนด์ไชน์” สำหรับพื้นหินอ่อน และหินแกรนิต  ทำความสะอาดพื้นประจำวันสำหรับหินอ่อน, หินแกรนิต , ไลม์สโตน, หินขัด , ปูนเปลือย และหินธรรมชาติทุกชนิด โดยไม่กัดกร่อนพื้นผิว สูตรเข้มข้น นอกจากจะทำความสะอาดแล้วยังให้ความเงา และกลิ่นหอมทุกครั้งที่ถูพื้น 

วิธีใช้ ผสมผลิตภัณฑ์กับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 ต่อ 100  ใช้ผ้ำหรือไม้ถูพื้นทำความสะอาดในบริเวณที่ต้องการ ปล่อยไว้ให้พื้นแห้งเองปริมาณการใช้ 1 ลิตร ใช้ได้ประมาณ 20 ครั้ง 

*ข้อควรระวัง*
ระวังอย่าให้น้ำยากระเด็นเข้าตาและถูกผิวหนัง 

วิธีเก็บรักษา
• ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในที่แห้งและมิดชิด ห่างจากเด็ก อาหาร สัตว์เลี้ยง เปลวไฟ ความร้อน “HG สตรีคฟรี” สำหรับพื้นกระเบื้องผิวเงา ผลิตภัณฑสูตรเข้มข้น สำหรับทำความสะอาดประจำวันกระเบื้องผิวเงาโดยไม่ทิ้งรอยคราบ ให้กลิ่นหอมสดชื่น ใช้ได้กับกระเบื้องแกรนิตโต้ (พอร์ซเลน) ผิวขัดมัน , polished, กระเบื้องเซรามิค ชนิดเคลือบ, หินแกรนิตผิวขัดมัน , หินธรรมชาติผิวขัดมันชนิดที่ไม่มีแร่แคลไซด์เป็นส่วนประกอบ 

วิธีใช้ ผสมผลิตภัณฑ์กับน้ำในอัตราส่วน 1:100 (หรือ 1 : 50 ในกรณีมีคราบสกปรก ) ใช้ม็อบถูพื้นชุบแล้ว เช็ดถูบริเวณที่ต้องการทำความสะอาด
 ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งเอง คำแนะนํา หลังใช้ผลิตภัณฑ์แล้วยังมีรอยคราบบนพื้นผิวอาจมีสาเหตุดังนี้ เคยใช้น้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่นมาก่อน (ให้ล้างน้ำยาที่ตกค้างบนพื้นผิวออกให้หมดด้วยเอชจี รีมูฟเวอร์ หรือเอชจี เอ็กซ์ พาว คลีนเนอร์) ม็อบชุบน้ำยาชุ่มเกินไป ผสมผลิตภัณฑ์เอชจี สตรีคฟรี เข้มข้นเกินไป (ควรผสมน้ำมากขึ้น)น้ำยาที่ใช้สกปรกมากแล้ว ควรเททิ้ง แล้วผสมน้ำยาใหม่ให้แก้ปัญหาด้วยการใช้ผ้าแห้งสะอาด เช็ดถูรอยคราบนั้นออก 
*ข้อควรระวัง* • ระวังอย่าให้น้ำยากระเด็นเข้าตา และถูกผิวหนัง • ควรสวมถุงมือเพื่อป้องกันการระคายเคือง • ห้ามใช้กับหินอ่อน , หินปูน , หินขัด, หินธรรมชาติที่มีแร่แคลไซค์เป็นส่วนประกอบ 

วิธีเก็บรักษา
• ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในที่แห้งและมิดชิด ห่างจากเด็ก อาหาร สัตว์เลี้ยง เปลวไฟ ความร้อน
ศาสตร์ของ “คน รักษ์ พื้น บ้าน”

24 พฤศจิกายน 2564

ศาสตร์ของ “คน รักษ์ พื้น บ้าน”
พื้นแต่ละชนิด ดูแลไม่เหมือนกัน รู้จักพื้นและคราบก่อนเลือกวิธีทำความสะอาดพื้นเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกใช้งานมากที่สุดในบ้าน แต่หลายครั้งเรากลับเลือกวิธีทำความสะอาดจาก “คราบที่เห็น” โดยไม่ได้พิจารณาว่า “พื้นนั้นทำจากวัสดุอะไร”คราบแบบเดียวกันที่เกิดบนกระเบื้อง หินอ่อน หินธรรมชาติ หรือพื้นไม้ อาจต้องใช้วิธีจัดการที่แตกต่างกัน เพราะวัสดุแต่ละประเภทมีโครงสร้าง ความพรุน และความทนต่อสารทำความสะอาดไม่เหมือนกันการดูแลพื้นให้สวยได้นานจึงเริ่มจาก 3 เรื่องง่าย ๆรู้จักพื้น → รู้จักคราบ → เลือกวิธีดูแลให้เหมาะสมทำไมต้องรู้จัก “พื้น” ก่อนทำความสะอาด?วัสดุปูพื้นแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันบางพื้นผิวมีความพรุนสูง สามารถดูดซึมน้ำ น้ำมัน และสิ่งสกปรกได้ง่าย ขณะที่บางพื้นผิวมีชั้นเคลือบช่วยลดการซึมของคราบตัวอย่างเช่นกระเบื้องเซรามิกและพอร์ซเลนหินอ่อนหินแกรนิตหินธรรมชาติชนิดอื่น ๆพื้นคอนกรีตพื้นไม้และปาร์เกต์วัสดุเหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “พื้น” เหมือนกันทั้งหมด เพราะผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับพื้นประเภทหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกประเภทหนึ่งPorous คืออะไร? ทำไมรูพรุนจึงสำคัญกับการเกิดคราบ?Porosity หรือความพรุน คือหนึ่งในคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของวัสดุในการดูดซึมของเหลววัสดุที่มีรูพรุนสามารถเปิดโอกาสให้น้ำ น้ำมัน และสิ่งสกปรกซึมเข้าสู่เนื้อวัสดุได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม คราบกาแฟหยดเดียวกัน อาจเช็ดออกจากกระเบื้องเคลือบได้ง่าย แต่หากเกิดบนหินธรรมชาติที่มีรูพรุนและปล่อยทิ้งไว้นาน คราบอาจซึมลึกและขจัดออกได้ยากกว่าโดยเฉพาะคราบน้ำมัน ซอส เครื่องดื่ม หรือของเหลวที่มีสี การจัดการตั้งแต่คราบยังใหม่จึงสำคัญมากใช้น้ำยาแรง ไม่ได้แปลว่าจะทำความสะอาดได้ดีกว่าเมื่อเจอคราบฝังแน่น หลายคนอาจคิดว่า “ยิ่งน้ำยาแรง ยิ่งขจัดคราบได้ดี”แต่สำหรับพื้นบางประเภท วิธีนี้อาจสร้างปัญหามากกว่าที่คิดตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หินอ่อนและหินธรรมชาติที่ไวต่อกรด หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดไม่เหมาะสม อาจทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุในหิน ทำให้พื้นผิวสูญเสียความเงา เกิดรอยด้าน หรือเกิดลักษณะที่เรียกว่า Etchingเมื่อพื้นผิวเสียหายแล้ว การใช้น้ำยาทำความสะอาดเพิ่มอาจไม่สามารถทำให้ความเงากลับคืนมาได้ เพราะสิ่งที่เห็นไม่ใช่ “คราบ” อีกต่อไป แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของตัวพื้นผิวดังนั้น ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ควรถามก่อนว่าพื้นอะไร? + คราบอะไร?แทนที่จะเริ่มจากใช้อะไรแรงที่สุด?รู้จักประเภทของคราบ ช่วยให้เลือกวิธีทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นคราบบนพื้นมีที่มาแตกต่างกัน การเข้าใจว่าคราบเกิดจากอะไรจะช่วยให้เลือกวิธีจัดการได้เหมาะสมมากขึ้น1. คราบจากสารอินทรีย์ (Organic Stains)เป็นคราบที่เกิดจากสารอินทรีย์หรือสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เช่นกาแฟและชาไวน์และเครื่องดื่มอาหารและซอสน้ำมันและไขมันคราบจากพืชหรือใบไม้คราบสกปรกจากการใช้งานในชีวิตประจำวันคราบประเภทนี้ควรรีบจัดการเมื่อเกิดขึ้น เพราะหากปล่อยของเหลวไว้บนวัสดุที่มีรูพรุนเป็นเวลานาน ก็มีโอกาสซึมเข้าสู่เนื้อวัสดุและขจัดออกได้ยากขึ้นTip: เมื่อมีของเหลวหก ควรซับออกโดยเร็ว แทนการถูให้คราบกระจายเป็นวงกว้าง2. คราบจากแร่ธาตุและสารอนินทรีย์ (Inorganic / Mineral Stains)อีกกลุ่มคือคราบที่เกี่ยวข้องกับแร่ธาตุหรือปฏิกิริยาทางเคมี เช่นคราบหินปูนคราบซีเมนต์คราบปูนยาแนวคราบสนิมคราบแร่ธาตุจากน้ำคราบเหล่านี้อาจต้องใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะประเภท แต่สิ่งสำคัญคือ ผลิตภัณฑ์นั้นต้องเหมาะกับวัสดุด้วยตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบหินปูนที่สามารถใช้กับกระเบื้องบางประเภทได้ อาจไม่เหมาะสำหรับหินอ่อนหรือหินธรรมชาติที่ไม่ทนกรดคราบใหม่ รีบจัดการง่ายกว่ารอให้ฝังแน่นไม่ว่าจะเป็นคราบประเภทใด หลักการสำคัญคือ ยิ่งจัดการเร็ว ยิ่งลดโอกาสที่คราบจะซึมลึกหรือสะสมเมื่อเกิดคราบ ควรซับหรือเช็ดสิ่งสกปรกออกโดยเร็วตรวจสอบว่าพื้นเป็นวัสดุประเภทใดเลือกวิธีและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับทั้ง “คราบ” และ “พื้น”ทดลองผลิตภัณฑ์ในบริเวณเล็ก ๆ ที่มองเห็นได้ยากก่อนปฏิบัติตามวิธีใช้บนฉลากผลิตภัณฑ์ไม่ควรทดลองใช้กรด สารฟอกขาว หรือสารทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรงกับพื้นโดยไม่ตรวจสอบความเหมาะสมก่อนทำความสะอาดอย่างเดียว อาจยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดสำหรับวัสดุบางประเภท โดยเฉพาะ หินธรรมชาติหรือพื้นผิวที่มีรูพรุนและสามารถเคลือบปกป้องได้ การใช้ผลิตภัณฑ์ Protect หรือ Impregnator ที่เหมาะสมหลังจากทำความสะอาด อาจช่วยลดการซึมของน้ำ น้ำมัน และสิ่งสกปรกเข้าสู่เนื้อวัสดุผลคือ เมื่อเกิดคราบในครั้งต่อไป ก็สามารถดูแลและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นอย่างไรก็ตาม พื้นทุกประเภทไม่ได้ต้องการการเคลือบเหมือนกัน จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับวัสดุและตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตพื้นก่อนใช้งานCleaning, Protecting & Beautifying – ดูแลพื้นให้ครบมากกว่าความสะอาดแนวคิดในการดูแลพื้นของ HG ไม่ได้มองเพียงการขจัดคราบที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ครอบคลุมการดูแลพื้นในหลายขั้นตอนCLEANING – ทำความสะอาดเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับชนิดของพื้นและประเภทของคราบ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกโดยไม่สร้างความเสียหายที่ไม่จำเป็นต่อวัสดุPROTECTING – ปกป้องสำหรับพื้นผิวที่เหมาะสม การเคลือบปกป้องสามารถช่วยลดการซึมและการยึดเกาะของคราบ ทำให้การดูแลในอนาคตง่ายขึ้นBEAUTIFYING – ดูแลความสวยงามเลือกวิธีดูแลที่เหมาะกับวัสดุ เพื่อช่วยรักษาลักษณะและผิวสัมผัสของพื้นให้ดูดีตามธรรมชาติของวัสดุนั้นอย่าเพิ่งคิดเรื่องรีโนเวท ถ้าพื้นอาจแค่ต้องการการดูแลที่ถูกวิธีพื้นหมอง พื้นเป็นคราบ หรือพื้นดูเก่า ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนพื้นใหม่เสมอไปสิ่งแรกที่ควรทำคือหาสาเหตุให้ได้ก่อนว่า สิ่งที่เห็นคือ“คราบที่สามารถทำความสะอาดได้”หรือ“ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวพื้นผิวแล้ว”หากเป็นคราบ การเลือกผลิตภัณฑ์และวิธีทำความสะอาดที่ตรงกับทั้ง ชนิดของคราบและชนิดของพื้น อาจช่วยจัดการปัญหาได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีที่รุนแรงแต่หากพื้นผิวเกิดความเสียหาย เช่น ถูกกรดกัด เกิดรอยลึก ชั้นเคลือบเสื่อม หรือวัสดุแตกร้าว การทำความสะอาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขได้ และควรพิจารณาวิธีฟื้นฟูหรือซ่อมแซมที่เหมาะสมรักพื้นให้ถูกวิธี เริ่มจาก “รู้จักพื้น”หัวใจของการดูแลพื้นไม่ใช่การมีน้ำยาที่แรงที่สุด แต่คือ การรู้ว่ากำลังทำความสะอาดอะไร และพื้นผิวนั้นต้องการการดูแลแบบไหนก่อนจัดการคราบครั้งต่อไป ลองจำหลักง่าย ๆ นี้ไว้KNOW YOUR FLOOR – รู้ก่อนว่าพื้นเป็นวัสดุอะไรKNOW YOUR STAIN – รู้ว่าคราบเกิดจากอะไรCLEAN CORRECTLY – เลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะสมPROTECT WHEN NEEDED – ปกป้องพื้นผิวเมื่อวัสดุนั้นเหมาะกับการเคลือบเพราะการดูแลพื้นอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ อาจง่ายกว่าการรอจนพื้นเสียหายแล้วค่อยคิดถึงการรีโนเวทref cleanfax.com sanding.co.uk slique.com.au expressflooring.com

สมัครสมาชิก

Icon Phone Icon Mail Icon Line
เพิ่มไปยังตะกร้า