9 เมษายน 2563
จากโลหะที่มนุษย์รู้จักและใช้งานมาตั้งแต่สมัยโบราณ วันนี้ “สังกะสี (Zinc)” กลายเป็นหนึ่งในโลหะสำคัญของโลกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะบทบาทในการช่วยปกป้องเหล็กจาก สนิมและการกัดกร่อน
เราสามารถพบการใช้สังกะสีได้ในสิ่งของรอบตัว ตั้งแต่งานก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ภายในบ้าน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมภายนอก
แล้วอะไรทำให้สังกะสีกลายเป็นคู่หูสำคัญของเหล็ก?
มนุษย์รู้จักการใช้ประโยชน์จากสังกะสีมาเป็นเวลานาน แม้ในช่วงแรกจะยังไม่สามารถแยกและผลิตสังกะสีบริสุทธิ์ได้เหมือนในปัจจุบัน
หนึ่งในการใช้งานที่สำคัญคือการนำสังกะสีมาผสมกับทองแดงเพื่อผลิต ทองเหลือง (Brass) ซึ่งถูกนำไปใช้ผลิตสิ่งของและอุปกรณ์ต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ
เมื่อองค์ความรู้ด้านโลหะวิทยาพัฒนาขึ้น การผลิตและการนำสังกะสีมาใช้งานก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จนกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมหลายประเภท
เหล็กมีจุดเด่นด้านความแข็งแรงและสามารถนำไปผลิตเป็นโครงสร้างหรือผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย แต่หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญคือ การเกิดสนิม
เมื่อเหล็กสัมผัสกับออกซิเจนและความชื้น จะเกิดกระบวนการออกซิเดชันและนำไปสู่การกัดกร่อน ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อทั้งรูปลักษณ์และอายุการใช้งานของชิ้นงาน
นี่คือจุดที่ สังกะสี เข้ามามีบทบาทสำคัญ
Galvanization หรือการชุบสังกะสี คือกระบวนการเคลือบชั้นสังกะสีลงบนผิวของเหล็กหรือเหล็กกล้า เพื่อช่วยป้องกันพื้นผิวจากสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดการกัดกร่อน
ชั้นสังกะสีทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันระหว่างเนื้อเหล็กกับความชื้นและสภาพแวดล้อมภายนอก
แต่ความน่าสนใจของสังกะสีไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น “ชั้นเคลือบ”
สังกะสีสามารถช่วยปกป้องเหล็กได้ด้วยกลไกสำคัญ 2 ลักษณะ
ชั้นสังกะสีช่วยลดการสัมผัสโดยตรงระหว่างพื้นผิวเหล็กกับน้ำ ความชื้น และออกซิเจน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการเกิดสนิม
คุณสมบัติที่น่าสนใจอีกอย่างคือ สังกะสีมีแนวโน้มที่จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันก่อนเหล็ก
ดังนั้น ในระบบที่เหมาะสม สังกะสีสามารถทำหน้าที่เป็น Sacrificial Metal หรือโลหะที่ยอมสึกกร่อนก่อน เพื่อช่วยชะลอการกัดกร่อนของเหล็กที่อยู่ด้านล่าง
คุณสมบัตินี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้การชุบสังกะสีถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในงานที่ต้องการความทนทานต่อสภาพแวดล้อม
เมื่อความแข็งแรงของเหล็กถูกผสานเข้ากับคุณสมบัติด้านการป้องกันการกัดกร่อนของสังกะสี จึงเกิดเป็นวัสดุที่เหมาะกับการใช้งานหลากหลายประเภท
ตัวอย่างที่พบเห็นได้ เช่น
โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานกลางแจ้ง การเลือกวัสดุและการปกป้องพื้นผิวจากการกัดกร่อนมีผลโดยตรงต่อความเหมาะสมและอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์
หลักการเดียวกันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสะพานหรือโครงสร้างขนาดใหญ่ แต่สามารถนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กที่ต้องการความแข็งแรงและทนต่อสภาพแวดล้อมได้เช่นกัน
หนึ่งในตัวอย่างคือ Master Lock รุ่น M176EURDLH ซึ่งการเลือกใช้วัสดุและการออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ของตัวกุญแจมีเป้าหมายเพื่อรองรับการใช้งานที่ต้องการทั้งความแข็งแรงและความทนทาน
จึงสะท้อนให้เห็นว่า เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ที่ดูเหมือนเรียบง่ายอย่าง “กุญแจ” ยังมีเรื่องของ วัสดุศาสตร์และการป้องกันการกัดกร่อน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
จากจุดเริ่มต้นของการนำสังกะสีมาใช้ในงานโลหะเมื่อหลายร้อยปีก่อน สู่กระบวนการ Galvanization ในโลกอุตสาหกรรมปัจจุบัน สังกะสียังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มความทนทานให้กับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเหล็ก
เพราะความแข็งแรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งของโลหะเพียงอย่างเดียว
แต่ยังขึ้นอยู่กับว่า โลหะนั้นได้รับการปกป้องจากสภาพแวดล้อมและการกัดกร่อนได้ดีเพียงใด
และนั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่ “เหล็ก + สังกะสี” กลายเป็นคู่สำคัญของงานอุตสาหกรรมมาจนถึงทุกวันนี้
กุญแจรหัส ProSeries® ทองเหลือง 57 มม. พร้อมห่วงกุญแจยาวพิเศษ แข็งแรง เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรม
฿1,305
฿1,450
-10%
กุญแจรหัส ProSeries® ฐานโลหะหล่อ 57 มม. แข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรม
฿801
฿890
-10%
฿1,350
฿1,500
-10%