วิธีใช้: ภายในกล่องบรรจุขวด A (สำหรับขจัดคราบเชื้อราโดยจะทำปฎิกิริยาออกซิเดชั่นให้ผ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงระหว่างใช้งาน) และขวด B (สำหรับทำให้เป็นกลางในขั้นตอนนิวทรัลไลซ์เพื่อขจัดสีม่วงออก)
ขั้นตอนที่ 1
1) สวมถุงมือยางหรือถุงมือพลาสติก
2) ก่อนใช้งานให้ทดสอบสีตก โดยใช้ฟองน้ำชุบผลิตภัณฑ์ขวด A ป้ายบนผ้าในบริเวณที่สังเกตุยากแล้วตามด้วยขวด B (กรณีที่ผ้ามีหลายชั้น ให้ทดสอบสีตกทีละชั้น)
3)ทำให้ผ้าเปียกโดยจุ่มผ้าในน้ำหรือหากผ้ามีขนาดใหญ่ให้ใช้ฟองน้ำจุ่มน้ำชะโลมหรือใช้สเปรย์ฉีดน้ำให้ทั่ว
4) ละลายผลิตภัณฑ์ในขวด A ในน้ำ 5 ลิตร จนกลายเป็นสารละลายสีม่วงเข้ม
5) จุ่มผ้าลงในผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้ หากผ้าผืนใหญ่ให้ใช้ฟองน้ำชะโลมหรือสเปรย์ฉีด (ผ้าต้องเปียกชุ่มตลอดระหว่างการใช้งาน)
6) ปล่อยให้ทำปฎิกิริยาอาจใช้เวลาถึงหลายชั่วโมงขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อราคราบเชื้อราจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลระหว่างทำปฎิกิริยา หลังจากเป็นสีน้ำตาลแล้วให้ทิ้งไว้อีก 30 นาที
ขั้นตอนที่ 2
1) ล้างออกด้วยน้ำสะอาดจนกระทั่งน้ำทิ้งใสไม่มีสีม่วงเหลืออยู่
2) ละลายผลิตภัณฑ์ขวด B ในน้ำ 5 ลิตร จุ่มผ้าหรือใช้ฟองน้ำ, สเปรย์ฉีดเพื่อชะโลมผลิตภัณฑ์ให้ทั่วผ้า (ผ้าต้องเปียกชุ่มตลอดระหว่างการใช้งาน)
3) ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีหรือหลายชั่วโมงจนกระทั่งคราบสีม่วงหรือสีน้ำตาลออกหมด
4) ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
5) ทิ้งให้แห้ง
6) หากยังมีคราบราเหลืออยู่ให้ทำซ้ำและทิ้งให้ทำปฎิกิริยานานขึ้น
7) หลังจากขจัดคราบราออกแล้ว หากต้องการป้องกันการเกิดคราบเชื้อราอีกให้ใช้ เอชจีเท็กซ์ไทล์ รีเพลเล็นท์
ข้อแนะนำ: ควรปิดบริเวณรอบข้างด้วยผ้าพลาสติก, หากผลิตภัณฑ์หกเลอะโดนสิ่งอื่นให้ขจัดออกตามวิธิข้างต้น (ใช้ผลิตภัณฑ์ B นิวทรัลไลซ์),ให้อากาศถ่ายเทในระหว่างใช้งาน, ห้ามใช้กับเครื่องซักผ้า,ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์บนพื้นผิวที่ไม่สามารถล้างน้ำออกได้หมด, คราบเชื้อราบนผ้าที่ทิ้งไว้นานเกินไป เมื่อขจัดคราบเชื้อราออกไปได้แต่ผ้าบริเวณนั้นอาจเกิดรูเล็กๆ จากการทำลายของเชื้อรา
ขนาดบรรจุ: 2 ขวด (ขวด A 25กรัม ขวด B 165 กรัม) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4 ตรม.